ถึงแม้ว่ารถร่วมบริการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จะเปลี่ยนไปให้กรมการขนส่งทางบกเป็นผู้ดูแลแล้ว แต่รถเมล์ร่วมฯ บางสายก็ยังวิ่งนอกกฎเกณฑ์ที่ควรจะเป็น ซึ่งก่อให้เกิดอุบัติเหตุแก่ผู้โดยสารรถเมล์ร่วมฯ สายนั้นได้

ได้มีสมาชิกของนิตยสาร BUS & TRUCK เปิดเผยให้ทราบว่า หลังจากที่รถเมล์ร่วมฯ ขสมก. ได้อยู่ในความดูแลของกรมการขนส่งฯ แล้ว พฤติกรรมการขับรถเมล์ของรถร่วมฯ ก็น่าจะเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นการขับแซงซ้ายแซงขวา เพื่อไปถึงจุดหมายให้เร็วที่สุด และเมื่อผู้โดยสารกดกริ่งขอลง หากรถติดอยู่ในเลนขวาคนขับก็จะเปิดประตูให้ผู้โดยสารเดินลงได้ ซึ่งเสี่ยงอันตรายมากเพราะถ้าหากมีรถจักรยานยนต์วิ่งแทรกมาอาจจะเบรคไม่ทันก็เป็นไปได้

และสิ่งหนึ่งที่สร้างความไม่พอใจต่อเพื่อนร่วมทางเป็นอย่างมาก เพราะด้วยการจราจรที่ติดขัดอยู่แล้ว แต่รถเมล์ร่วมฯ ก็ยิ่งทำให้รถติดหนักขึ้นไปอีก เพราะเมื่ออยากขับชิดซ้ายก็ให้กระเป๋ารถคอยโบกมือขอทาง หรือเมื่อรถข้างหน้าติดก็เปิดไฟกระพริบไปทางขวาในทันที ซึ่งมั่นใจว่าจะต้องได้ทางไปอย่างที่หวังแน่ เพราะคงไม่มีเจ้าของรถยนต์รายใดที่อยากชนกับรถเมล์ร่วมฯ เพราะทราบดีว่า รถเมล์ร่วมฯ มีการทำประกันภัยภาคสมัครใจน้อยมาก

ดังนั้น เมื่อกรมการขนส่งฯ เป็นผู้ดูแลรถเมล์ร่วมฯ แล้ว สิ่งหนึ่งที่ต้องทำอย่างเข้มงวดก็คือ ต้องให้รถเมล์ร่วมฯ ทุกสาย ให้ความปลอดภัยกับผู้โดยสารและเพื่อร่วมถนนให้มากที่สุด พร้อมทั้งต้องมีมาตรการเอาผิดให้ถึงที่สุดด้วย

ส่วนรถตู้ร่วมบริการ ขสมก. ซึ่งทาง ขสมก. ยังเป็นผู้ดูแลอยู่ ก็ถือว่าเป็นผู้ที่ทำให้การจราจรติดขัดเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากอีกด้วย เพราะก่อนที่จะได้รับการอนุมัติให้เป็นรถตู้ร่วมฯ ขสมก. นั้น หน้าที่หลักคือต้องส่งผู้โดยสารไปให้ถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย และหากมีผู้โดยสารเต็มรถแล้วก็ไม่สามารถรับผู้โดยสารที่โบกมือเรียกตามป้ายรถเมล์ได้

ได้มีผู้ขับรถแท็กซี่รายหนึ่งได้เล่าให้ฟังว่า เส้นทางที่ขับอยู่เป็นประจำก็คือจากมีนบุรีมาหน้าม.รามคำแหง และสิ่งที่พบเห็นอยู่เป็นประจำก็คือ รถตู้ร่วมฯ ขสมก. ที่วิ่งอยู่เส้นทางเดียวกัน ได้ทำตัวเหมือนเป็นรถเมล์ประจำทาง คือมีการจอดรับส่งผู้โดยสารทุกป้ายรถเมล์ และจอดแช่นานเพื่อรอรับผู้โดยสารด้วย ซึ่งเมื่อไม่มีผู้ควบคุมดูแลคนขับรถตู้ก็สามารถทำตามความต้องการของตัวเอง ปัญหาที่ตามมาก็การจรจาติดขัดนั่นเอง

และในส่วนของรถสองแถวประจำทาง ก็ถือว่าเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้การจราจรติดขัดเพิ่ม แม้ว่าทางกรมการขนส่งทางบกจะเป็นผู้ดูแล และได้วางระยะทางให้รถสองแถวประจำทางแต่ละสายสามารถวิ่งบนถนนใหญ่ได้เป็นระยะทางไม่ไกลมากนัก พร้อมทั้งจอดรับส่งผู้โดยสารได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว รถสองแถวประจำทางคือตัวการของรถติดตามป้ายรถเมล์ เพราะมีการจอดแช่ และวิ่งในเส้น ๆ หนึ่งจำนวนหลายคัน

แม้ว่าจุดประสงค์หลักจะทำให้มีการรับส่งผู้โดยสารมากขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้วตรงข้ามกันหมด รถโดยสารประจำทางแต่ละคันอยากให้มีผู้โดยสารเป็นจำนวนมาก แต่ต้องใช้เวลานานและถือว่าเป็นการแย่งผู้โดยสารจากกลุ่มรถเมล์อีกด้วย

ที่นำมาเสนอทั้งหมดนี้ ก็เพื่อที่จะให้เป็นข้อมูลแก่กรมการขนส่งฯ และกระทรวงคมนาคม เพื่อที่จะทำให้การจราจรคล่องตัวมากขึ้น ไม่ติดเป็นตังเมอย่างทุกวันนี้

โดย…ยกล้อ