แหล่งข่าวจากวงการรถโดยสาร แจ้งว่า เรื่องของรถยนต์โดยสารสองชั้นที่กำลังตกเป็นจำเลยสังคม มีแต่คนวิพากษ์วิจารณ์โดยไม่คำนึงถึงปัญหาพื้นฐาน อยากจะแบ่งต้นเหตุที่มาจากคนทั้งหมดออกเป็น 5 กลุ่ม

รูปภาพเป็นเพียงภาพประกอบข่าวเท่านั้น

1.คุณลักษณะของตัวรถ ที่ปัจจุบันรถที่ต่อใหม่ต้องมีความสูงไม่เกิน 4.0 . ซึ่งน่าจะไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกต้องทั้งหมด ถ้าภาครัฐยังยอมให้มีการนำโครงแชสซีส์เก่ามาตัดต่อโดยใช้คานหน้า คานท้ายเดิม แล้วเชื่อมโครงใหม่ ใส่ให้ครบสามเพลาเพื่อต่อเป็นรถสองชั้น นับถือภูมิปัญญาช่างไทยที่ไม่ได้เป็นวิศวกรยานยนต์ แต่ทำได้ถึงขนาดนี้ แต่คำถามคือมีหลักการคำนวณทางวิศวกรรมและการทดสอบจากสถาบันใดรองรับหรือไม่ การทรงตัวที่ดีของตัวรถโดยพื้นฐานมันขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของแชสซีส์ เรื่องความสูงของตัวรถและจุดศูนย์ถ่วงเป็นเรื่องที่ตามมา ถ้าเป็นแชสซีส์มาตรฐานจากยุโรปก็ตัดปัญหาออกไปได้ เหลือเพียงตัวถังประเด็นเดียว

2.ภาครัฐเอง ทั้งกรมการขนส่งทางบกและกระทรวงคมนาคม ไม่ได้มีมาตรการและข้อกฏหมายบังคับใช้ที่ถูกต้องและทันสมัยรับกับเทคโนโลยีปัจจุบัน การปล่อยให้แชสซีส์ตัดต่อจดทะเบียนได้โดยไม่มีการตรวจสอบทางวิศวกรรมยานยนต์ที่ถูกต้องเพราะระเบียบข้อบังคับโบราณ หรือแม้แต่ระเบียบที่ใช้กับการตรวจสภาพจดทะเบียนรถสำเร็จรูปทั้งคัน ก็ใช้แค่ตลับเมตรกับตาชั่ง ที่ทันสมัยขึ้นมาหน่อยก็แค่การทดสอบความลาดเอียง 30 องศา แต่ก็ปล่อยให้มีการทุจริต เช่น ถ่วงน้ำหนักใต้ท้องรถเวลาทดสอบ ผ่านแล้วก็ถอดออก ระเบียบความปลอดภัยที่นั่งโดยสารที่วิจัยโดย สวทช. เสร็จมาตั้ง 7-8 ปีแล้วยังประกาศบังคับใช้ไม่ได้ แถมรถโดยสารสาธราณะที่เป็นของรัฐวิสาหกิจ เช่น บขส. ยังออก TOR ให้ติดตั้งเก้าอี้ทรงแคปซูล ซึ่งผิดทันทีที่ระเบียบประกาศใช้ แทนที่ภาครัฐจะเป็นตัวนำด้านความปลอดภัย กลับทำตัวอย่างไม่ดีเอง กรณีมีผู้เสียชีวิตถึง 18 ท่าน คนขับติดสารเสพติด มีคดีมาหลายครั้งแล้ว แต่แปลกที่ฐานข้อมูลแบบนี้หน่วยงานภาครัฐไม่มีการนำมาเชื่อมโยงใช้ให้เป็นประโยชน์ คงเป็นได้แค่ไทยแลนด์ 2.0

3.ผู้ประกอบการขนส่งส่วนใหญ่เอาแต่ได้ เอาแต่ผลกำไร ลงทุนน้อยที่สุดขอให้ได้เป็นรูปร่างรถตรวจสภาพจดทะเบียนผ่านกฎระเบียบล้าสมัยก็พอแล้ว มีปัญหาก็โยนให้บริษัทประกัน ชอบบงการออกแบบรถเองให้มันตระการตา เพื่อเรียกลูกค้าโดยที่ตัวเองไม่มีความรู้ เหมือนกับการแข่งกันทำโลงศพให้ดูดี ไม่มีการคัดกรองพนักงานขับรถ แต่ก็มีบริษัทดีมีคุณภาพอย่างนครชัยแอร์ ที่กล้าลงทุนทั้งตัวรถ การคัดกรองพนักงาน การบริการที่ทันสมัย มีมาตรการจูงใจให้พนักงานขับรถขับด้วยความปลอดภัยด้วยเงินและสวัสดิการแก่พนักงานที่ไม่เกิดอุบัติเหตุ หรือเกิดน้อย

4.โรงงานต่อตัวถังรถ โดยส่วนใหญ่ชอบตามใจลูกค้าโดยไม่คำนึงถึงหลักวิศวกรรมและความปลอดภัย บางแห่งขาดความรู้พื้นฐาน ต่อตัวถังแล้วทำประสิทธิภาพและความปลอดภัยของแชสซีส์ลดลง โดยปกติแชสซีส์ค่ายยุโรปทั้งหมดจะมีคู่มือให้ผู้ประกอบการต่อตัวถังรู้ว่า การออกแบบและประกอบตัวถังมีข้อจำกัดและข้อบังคับที่ต้องไม่ทำและทำอะไรบ้าง แต่ส่วนใหญ่ทั้งเจ้าของรถและอู่ต่อรถไม่ให้ความสนใจ ตัวอย่างเข่น แชสซีส์เบนซ์ OH-1628 ที่มีเบรค ABS เป็นครั้งแรก อู่ทำตัวถังใหญ่ที่โคราชทำตัวถังเสร็จพร้อมเบรค ABS พัง หรือแม้แต่โรงงานประกอบตัวถังรถโดยสารที่เคยได้ชื่อว่ามาตรฐานที่สุดในเมืองไทย เป็นผู้นำร่วมกับขนส่งทางบกทำวิจัยระเบียบเก้าอี้ผูโดยสาร ความแข็งแรงโครงสร้าง และการทนต่อความลาดเอียง พอเปลี่ยนผู้บริหารก็ตามใจลูกค้า ทำรถสองชั้นทดสอบไม่ผ่าน 30 องศา ต้องถ่วงน้ำหนักใต้ท้องรถ 1.3 ตันเพื่อเอาตัวรอด นี่ก็คือตัวอย่างความเลวของผู้ประกอบการต่อตัวถัง

และ5.สุดท้ายคือตัวคนขับ คิดว่าคนขับเกือบทั้งหมดไม่มีใครอยากให้เกิดอุบัติเหตุ มันสูญเสียทั้งชีวิตทรัพย์สินของผู้อื่นและตัวเอง อาจมีพวกคึกคะนอง ใช้อารมณ์ แต่อยากถามว่าพนักงานขับรถดี ๆ ต้องไปขับรถที่คุณภาพเลว แชสซีส์เชียงกงตัดต่อ ตัวถังจุดศูนย์ถ่วงไม่ดี เวลาเกิดอุบัติเหตุจะไปร้องขอความเป็นธรรมจากใครครับ เกิดอุบัติเหตุทุกครั้งคนขับต้องเป็นจำเลยสังคม อยากถามว่า แล้วไอ้พวกข้อ 1-4 ไม่ต้องรับผิดชอบหรือครับ