จากการประเมินตัวเลขนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทยปี 2561 นี้ สูงถึง 38 ล้านคน และคาดการณ์ไว้ว่า จะมีเม็ดเงินหมุนเวียนมากกว่า 2 ล้านล้านบาททีเดียว ส่งผลให้ธุรกิจรถโดยสารได้รับอานิสงส์นี้ไปอย่างเต็มเปา ทั้งนี้ ค่ายรถโดยสารยังสดใสไปอีก เพราะทาง บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เตรียมซื้อและเช่ารถบัสใหม่ จำนวนกว่า 300 คันด้วย

ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ค่ายรถบัสทุกค่ายเตรียมการตลาด การขาย และบริการหลังการขายไว้อย่างเต็มที่ เพื่อที่จะทำให้ขายได้มากที่สุด และสามารถครองแชมป์ยอดขายในไทยให้ได้

วอลโว่ บัส เปิดตัว B8R ลุยตลาด

คุณเดวิด มีด รองประธานบริหารวอลโว่ บัส เอเชีย แปซิฟิก เปิดเผยว่า การเปิดตัว VOLVO B8R เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยครั้งนี้ รวมถึงการทยอยเปิดจำหน่าย VOLVO รุ่น B8R ไปทั่วโลก สะท้อนถึงความเป็นผู้นำด้านยนตรกรรมระดับโลกของวอลโว่ อีกทั้งเราต้องการให้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกมีโอกาสได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัยและมีความหลากหลายในการใช้งานมากขึ้น และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้นตลอดอายุการใช้งานอีกด้วย

โดย B8R ถูกออกแบบมาเพื่อให้ครอบคลุมการใช้งานหลากหลายประเภท อาทิเช่น การใช้งานรถรับส่งพนักงาน รถบัสสำหรับนักท่องเที่ยว และรถนักเรียน โครงสร้างตัวรถรวมถึงชิ้นส่วนต่าง ๆ แข็งแรงและมีระบบขับเคลื่อนที่ผ่านการทดสอบ และยืนยันแล้วว่ามีความทนทานไว้วางใจได้ มาพร้อมกับเครื่องยนต์วอลโว่ D8 เครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรลวอลโว่ที่ให้กำลังสูงสุด 330 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 1200 นิวตันเมตรด้วยพละกำลังมากขึ้นอีก 40  แรงม้า มาตรฐานการปล่อยไอเสียยูโร 3 และ ยูโร 5 และระบบเกียร์เป็นเกียร์อัตโนมัติ ZF  และให้ประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุด อีกทั้งยังสามารถยืดระยะการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องจาก 50,000 .. เป็น 80,000 .. สำหรับการขับขี่ทางไกล” 

ทั้งนี้ B8R ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับทุกความต้องการในการขับขี่ที่คล่องตัว ให้ความสะดวกสบายและความปลอดภัย ด้วยอุปกรณ์ความปลอดภัยมาตรฐานที่ติดตั้งมาจากโรงงาน อาทิ ดิสก์เบรกที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ของวอลโว่ระบบป้องกันการเบรกล้อล็อกตาย(Anti-LockBrake System – ABS)และระบบควบคุมการทรงตัวของรถแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Stability Program – ESP) อีกทั้งยังมีระบบเทเลมาติกส์ (Telematics) ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการและศูนย์บริการได้รับรู้ข้อมูลของตัวรถได้ทันที  และลูกค้าสามารถเลือกเพิ่มระบบ I-Coaching ที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถทำการขับขี่ได้อย่างปลอดภัย และประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้น ด้วยการแสดงผลลัพธ์แก่ผู้ขับขี่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งวอลโว่ บัส ได้ประกอบแชสซี VOLVO B8R  ในกรุงเทพฯ โดยนำเข้าชิ้นส่วนแชสซีจากโรงงานวอลโว่ บัส ในเมืองโบราส ประเทศสวีเดน พร้อมจำหน่ายแล้วในประเทศไทยและส่งออกไปขายทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และเรายังได้เตรียมความพร้อมสำหรับมาตรฐานการปล่อยไอเสียยูโร ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอีกด้วย

สร้างความเชื่อมั่นเน้นบริการหลังการขาย

คุณกำลาภ ศิริกิตติวัฒน์ ประธานกรรมการ บริษัท วอลโว่ กรุ๊ป(ประเทศไทย) จำกัด  เปิดเผยถึงการสร้างเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในงานบริการหลังการขายว่า การเปิดตัวครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของการดำเนินธุรกิจในสวีเดนครบ 90 ปี ส่วนในไทยเป็นปี 28 (รถบรรทุก) ขณะที่รถบัสโดยสารปีนี้ก็เป็นที่ 19 แล้ว และรถบัสวอลโว่ก็ถือเป็น ผลิตภัณฑ์เรือธง หนึ่งของวอลโว่ กรุ๊ปประเทศไทย เพราะธุรกิจรถบัสในไทยในปีนี้เริ่มส่งสัญญาณเชิงบวกแล้ว ทั้งการคาดการการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจที่รัฐบาลตั้งเป้าที่ 4.2 % การโหมลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆที่เริ่มเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น  ขณะที่ภาคธุรกิจท่องเที่ยวที่คาดการณ์นักท่องเที่ยวจะมุ่งหน้าสู่ไทยมากกว่า 38 ล้านคน เมื่อธุรกิจท่องเที่ยวไปได้สวย ความต้องการใช้รถบัสโดยสารก็ต้องเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นการสอดรับกับการเปิดตัวแชสซีแชสซีรุ่นใหม่ VOLVO รุ่น B8R ในครั้งนี้

ส่วนการสนับสนุนของวอลโว่ กรุ๊ปนั้น เรามีโรงงานประกอบที่ไทยที่ลงทุนไปกว่า 2 พันล้านบาท  ที่มีกำลังการผลิต 1 หมื่นคันต่อปี ทั้งรถบรรทุก หัวลาก และรถบัส จัดจำหน่ายภายในประเทศและส่งออกไปขายทั่วโลก เป็นโรงงานที่เปี่ยมด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง เน้นศักยภาพและประสิทธิภาพการผลิต และความปลอดภัยสูง ดังนั้น ลูกค้าวอลโว่มั่นใจได้ในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ของเรา ส่วนการบริการหลังการขาย ก็เป็นอีกหนึ่งความภูมิใจที่เราอยากสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า ณ วันนี้เรามี 14 ศูนย์บริการครบวงจรกระจายอยู่ทั่วประเทศ แต่ละแห่งเพรียบพรัอมด้วยทีมช่างที่ชำนาญการ และการให้บริการหลังการขายครบวงจร

วางขายแชสซีส์ B8R เพียง 3.3 ล้านบาท

คุณเดชชัย  กุลกรินีธรรม  ผู้จัดการทั่วไทย บริษัท  วอลโว่ บัส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า การเปิดตัวแชสซี B8R อย่างเป็นการในไทยครั้งนี้เพื่อเป็นการทดแทนรุ่นเก่าอย่าง B7R ที่ได้เปิดตัวไปแล้วเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นแชสซีที่ขายดีที่สุดของวอลโว่บัส มียอดจำหน่ายไปแล้วกว่า 500 คันในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยแชสซีส์ B8R ตั้งราคาจำหน่ายไว้ที่ประมาณ 3.3 ล้านบาท ดังนั้นเรามีความเชื่อมั่นว่าปีนี้และปีถัดไปยอดจำหน่ายรถบัสวอลโว่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากเรามีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ความพร้อมด้านการบริการหลังการขาย และการบริการที่มุ่งหวังสร้างรายได้ในธุรกิจให้กับลูกค้า อีกทั้งมีศูนย์บริการที่ครอบคลุมในประเทศไทย ผนวกกับทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญและมีใจที่พร้อมให้บริการลูกค้าในทุกด้าน เชื่อมั่นว่าจะสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าชาวไทยอย่างแน่นอน

เบนซ์ เตรียมเปิดตัวรถบัส 12 และ 14 เมตร

คุณสุวิช วทานิยปราโมทย์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชีย ทรัค จำกัด ตัวแทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) รถโดยสารเมอเซเดสเบนซ์ จากบริษัท เมอเซเดสเบนซ์ (ประเทศไทยจำกัด เปิดเผยว่า ในส่วนของรถโดยสารเมอเซเดสเบนซ์ นั้น ในปี 2561 นี้ ได้เตรียมที่จะรุกตลาดเต็มที่ ด้วยการนำเข้ารถโดยสาร เครื่องยนต์ 360 แรงม้า ขนาด 12 เมตร และเครื่องยนต์ 400 แร้งม้าขึ้นไป ขนาด 14 เมตร เพื่อเป็นการขยายกลุ่มลูกค้า เพราะขณะนี้บริษัทฯ มีเพียงรุ่น OF917 ที่ทำตลาดอยู่

ในส่วนของรถโดยสารเครื่องยนต์ 360 แรงม้า ขนาด 12 เมตรนั้น จะใช้เจาะกลุ่มผู้ประกอบการทั้งรถโดยสารประจำทาง และไม่ประจำทาง รวมถึงบริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. ที่ในปีนี้จะทำการประมูลรถโดยสารขนาด 12 เมตร มากกว่า 300 คันอีกด้วย ส่วนรถโดยสารเครื่องยนต์ 400 แรงม้า ขนาด 14 เมตร นั้น ถือเป็นการปรับโฉมใหม่ของบริษัทแม่ จากประเทศเยอรมนี ที่เห็นว่าขนาดเดิมที่มีขนาด 15 เมตรนั้น มีความยาวมากเกินไป ไม่ค่อยค่องตัวในการเดินทาง

ด้วยตลาดรถโดยสารผู้ประกอบการขนส่งส่วนมากยังไม่ให้ความสำคัญมากนัก เพราะเห็นว่ามีรถโดยสารเมอเซเดสเบนซ์ วิ่งบนถนนน้อย เกรงว่าจะไม่ได้รับการดูแลเรื่องการบริการหลังการขายเท่าที่ควร ทางบริษัทฯ จึงต้องทำให้มีรถโดยสารยี่ห้อเมอเซเดสเบนซ์ วิ่งอยู่บนท้องถนนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อทำให้ได้รับความเชื่อมั่นจากกลุ่มลูกค้า ว่าทางเมอเซเดสเบนซ์ มีการให้บริการและดูแลให้เต็มร้อย”

ด้วยในขณะนี้ทางบริษัทฯ มีเพียงรุ่น OF917 เพียงรุ่นเดียวที่ทำตลาดอยู่ แต่ในปี 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปีแรกที่ทำตลาดแต่สามารถทำยอดขายได้มากถึง 70 คัน และในปีนี้ได้ว่างเป้าหมายการจำหน่ายไว้ที่ 100 คัน รวมถึงยังสามารถกระจายกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้นอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นรถมินิบัสประจำทาง รถทัวร์ และรถรับส่งพนักงานที่มีความยาวตั้งแต่ 8 เมตร และ 9 เมตร ที่สามารถบรรจุผู้โดยสารได้มากถึง 25 คน

สแกนเนีย ให้ SOLUTION แก่ลูกค้า

แหล่งข่าวจากบริษัท สแกนเนียสยาม จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2561 นี้ ทางบริษัทฯ ได้วางเป้าขายของรถโดยสารไว้จำนวน 140 คัน ซึ่งจะเป็นรถ K310 มากที่สุด เพราะมีความต้องการของรถทัวร์ 30 ที่จะต้องเพิ่มจำนวนรถโดยสารตามจำนวนของนักท่องเที่ยวที่จะมีเข้ามาในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก

ส่วนกลยุทธ์หลักที่ทางบริษัทฯ จะมอบให้แก่ลูกค้า คือ หลัก Solution ที่ดีที่สุด เริ่มตั้งแต่การให้คำปรึกษาในการเลือกซื้อรุ่นของรถโดยสารว่าเหมาะสมกับการใช้งานจริงหรือไม่ ควรที่จะเปลี่ยนเป็นรุ่นไหนหากมีการใช้งานหนัก เพื่อให้ลูกค้า ใช้งานให้คุ้มค่ามากที่สุด

และสิ่งที่สำคัญที่สุดของรถโดยสารก็คือคนขับ ดังนั้น จึงมีการอบรมคนขับให้กับลูกค้าเป็นประจำ เพื่อให้เรียนรู้เทคนิคต่าง ๆ ที่จะช่วยให้ประหยัดพลังงาน และให้ความปลอดภัยต่อเพื่อนร่วมถนน และไม่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ลูกค้าต้องการมากที่สุด รวมถึงอุปกรณ์ในรถโดยสารที่ใช้งานอยู่ด้วย

ส่วนการสร้างสาขาแห่งที่ 10 ในพื้นที่จ.สมุทรสาคร ก็ถือว่าเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าเป็นอย่างมาก เพราะช่างซ่อมบำรุงทุกคน เครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ จะได้มาตรฐานตามบริษัทแม่ ประเทศสวีเดนวางไว้ทุกประการ และสิ่งที่สำคัญคือช่วยประหยัดเวลาให้กับลูกค้าที่อยู่ในบริเวณนั้น ไม่ต้องเสียเวลาเข้ามารับบริการที่สำนักงานใหญ่ บางนาตราด กม.19 เลย

นอกจากนี้ ยังมีแผนการบำรุงรักษาเพื่อการใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพหรือ Scania Maintenance with Flexible Plans (Flex) เป็นแผนการให้บริการที่จะช่วยให้รถของลูกค้ามีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น เป็นแผนงานบริการที่ออกแบบอย่างเฉพาะเจาะจง ให้เหมาะกับลักษณะการใช้งานของรถในแต่ละคัน สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาซ่อมและบำรุงรักษา หรือ Repair and Maintenance Contract (R&M) กับสแกนเนีย สามารถรับบริการแผนการบำรุงรักษาเพื่อการใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ (Flex) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ จะช่วยให้ลูกค้าสามารถเอาเวลาที่จะต้องดูแลรถ ไปบริหารธุรกิจได้อย่างเต็มที่ และปล่อยหน้าที่ดูแลรถให้กับเราทำหน้าที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจและผลกำไรของลูกค้าให้อย่างยั่งยืนต่อไป

MAN เตรียมรุ่น 360 โฉมใหม่บุกตลาด

คุณธนภัทร อินทวิพันธุ์ กรรมการบริหาร บริษัท เอ็มเอเอ็น คอมเมอเชียล วิฮีเคิล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ MCVT เปิดเผยว่า ด้วยทางบริษัทฯ ได้วางเป้าขายรถบัสไว้ที่ประมาณ 40 คัน ซึ่งได้แบ่งประเภทของกลุ่มลูกค้าไว้ นั่นคือ รถบัสเครื่องยนต์ 460 แรงม้า ขนาด 13.8 เมตร และ 15 เมตร จะเน้นลูกค้าที่ต้องการขนส่งผู้โดยสารระยะทางไกล ส่วนรถบัสเครื่องยนต์ 360 แรงม้า ขนาด 10 เมตร และ 12 เมตร จะเจาะกลุ่มขนส่งผู้โดยสารระยะทางไม่ไกลมาก และวิ่งในตัวเมืองขนาดใหญ่ได้สะดวก

โดยในปี 2561 นี้ ทางบริษัทฯ ได้วางกลยุทธ์เด็ดคือการเปิดตัวรถบัสโฉมใหม่ คือ รถบัสเครื่องยนต์ 360 แรงม้า ซึ่งได้รับการพัฒนาระบบเทคโนโลยีให้สูงขึ้นกว่ารุ่นเดิม แถมมีราคาจำหน่ายที่เหมาะสม คาดว่าต้องเป็นที่พึงพอใจต่อกลุ่มลูกค้าอย่างแน่นอน เพราะมีความปลอดภัยที่สูง ซึ่งจะช่วยเรียกผู้โดยสารให้มาใช้บริการเพิ่มมากขึ้นแน่นอน

ส่วนโปรโมชั่นพิเศษนั้น นอกจากจะมีราคาขายที่เหมาะสม และไม่แพงมากแล้ว ยังมีการดูแลรักษาเปลี่ยนถ่ายของเหลวในเครื่องยนต์ให้ทั้งหมด เมื่อวิ่งได้ถึง 1 แสนกิโลเมตร หรือ 2 แสนกิโลเมตร ซึ่งถือเป็นการดูแลให้รถที่ใช้งานแล้วมีสภาพเหมือนใหม่ สามารถทำงานได้เต็มสมรรถนะต่อไป

ค่ายรถบัสมวยรอง ฮึดสูงไม่มีถอย

แหล่งข่าวจากวงการรถโดยสาร กล่าวว่า นอกจากรถบัสค่ายยุปโรปจะรุกตลาดในเมืองไทยอย่างเต็มที่แล้ว ยังมีรถโดยสารค่ายฮีโน่ ค่ายยู่ทง ค่ายจงทง ค่ายไฮเกอร์ ค่ายแดวู ค่ายซันลอง และอื่น ๆ ที่กำลังจะเข้ามาบุกตลาดรถบัสในไทยอีก แม้ว่าตลาดรถบัสจะมียอดขายต่อปีเพียงแค่ประมาณ 1,500 คันเท่านั้น ทั้งนี้ ทุกค่ายดังกล่าวยังสามารถสร้างยอดจำหน่ายได้อย่างต่อเนื่อง เพราะตลาดท่องเที่ยวไทยไม่มีวันตาย แม้จะมีช่วงที่สะดุดในช่วงทัวร์ศูนย์เหรียญระบาดหนักก็ตามที อย่างไรก็ดี ค่ายรถบัสที่เป็นมวยรอง ถึงแม้ว่าจะมียอดขายจำนวนไม่มากนัก แต่ถ้าค่ายรถบัสยักษ์ใหญ่บริการหลังการขายไม่ดี อาจจะโดนมวยรองล้มยักษ์ก็เป็นไปได้

โดย…กองบรรณาธิการ BUS & TRUCK