กรมการค้าต่างประเทศตั้งเป้าการค้าชายแดนปี 2561 มูลค่า 1.5 ล้านล้านบาท เพิ่ม 15% เตรียมเสนอคณะกรรมการการค้าชายแดนไฟเขียว เผยเตรียมเพิ่มยอดการค้า การลงทุน เน้นเจาะตลาดเมืองรองใน CLMV รวมถึงมาเลเซียและอินโดนีเซีย และใช้เครือข่าย YEN-D ขยายตลาด เจาะลึกถึงระดับจังหวัดติดชายแดน

คุณอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ในปี 2561 กรมฯ ได้ตั้งเป้าหมายการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนว่าจะมีมูลค่าประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากปี 2560 ที่มีมูลค่า 1.3 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.85% ซึ่งถือเป็นการกำหนดเป้าหมายการค้าชายแดนที่แตกต่างจากที่ผ่านมา ที่กำหนดเป้าเป็นมูลค่า โดยรวมมูลค่าการค้าหน้าด่านเข้ามาด้วย แต่ปีนี้จะยึดตัวเลขการค้าชายแดนและผ่านแดนเท่านั้น เพราะเป็นตัวเลขที่เก็บสถิติได้ และจะเสนอให้คณะกรรมการส่งเสริมการค้าชายแดนและการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีคุณสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธานพิจารณาต่อไป

สำหรับแผนการผลักดันการค้าชายแดนและผ่านแดน กรมฯ จะเร่งขยายการค้าการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้านและประเทศในอาเซียน โดยมีนโยบายมุ่งบุกเจาะตลาดเมืองรองเพิ่มมากขึ้นตามนโยบายของคุณสนธิรัตน์ ที่ให้ความสำคัญกับการบุกเจาะตลาดใหม่ ๆ ซึ่งกรมฯ จะเน้นการขยายตลาดการค้าการลงทุนไปยัง CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม) เป็นพิเศษ รวมถึงเมืองรองในมาเลเซียและอินโดนีเซีย

โดยมีแผนที่จะผลักดันผู้ประกอบการไทยเข้าไปทำการค้า การลงทุนกับเมืองรองเป้าหมาย ผลักดันการตั้งจุดกระจายสินค้า การจัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายระหว่างนักธุรกิจรุ่นใหม่ของไทยกับ CLMV การจัดคณะผู้แทนไปเยือนเมืองรอง และการจัดมหกรรมการค้าชายแดน 4 ภูมิภาค เพื่อกระตุ้นการค้าขายและการบริโภคสินค้าไทย โดยเมืองรองเป้าหมาย เช่น แขวงจำปาสัก ของ สปป.ลาว ที่เป็นแขวงทางตอนใต้ มีการขยายตัวของธุรกิจด้านการก่อสร้าง ทั้งการสร้างถนน สร้างเขื่อน และท่องเที่ยว เมืองกว่างนิงห์ เวียดนาม อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ มีระบบคมนาคมทางน้ำและทางบกที่สะดวก มีท่าเรือน้ำลึก มีชายแดนติดจีน มีจุดผ่านแดนนานาชาติ 3 แห่ง รัฐฉาน เมียนมา จะเน้นการติดตามการผลักดันการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เข้าไปลงทุนผลิตไฟฟ้า และผลักดันเอกชนเข้าไปลงทุนในธุรกิจบริการและการท่องเที่ยว เมืองอลอสตาร์ รัฐเคดาห์ มาเลเวีย ที่ติดกับจังหวัดสงขลาและยะลา มีโอกาสในการขยายการค้า และเมืองเมดาน อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 3 เป็นศูนย์กลางการค้าและมีนักธุรกิจชาวจีนอยู่เป็นจำนวนมาก

“กรมฯ ยังจะใช้กลไกของผู้ประกอบการ YEN-D ที่ปัจจุบันได้อบรมไปแล้ว 3 ซีซั่น รวม 14 รุ่น มีจำนวนนักธุรกิจในเครือข่าย 860 คน ซึ่งจะผลักดันให้นักธุรกิจรุ่นใหม่เหล่านี้ขยายการค้า การลงทุนระหว่างกันให้เพิ่มมากขึ้น จากปัจจุบันที่มียอดการค้ารวมกันแล้วกว่า 2,800 ล้านบาท และขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการอบรมซีซั่นที่ 4 ระหว่างนักธุรกิจไทยกับ CLMV รวมถึงมีแผนที่จะจัด YEN-D Frontier ตามแนวตะเข็บชายแดนและประเทศเพื่อนบ้าน รวม 4 ครั้ง ได้แก่ สระแก้ว กาญจนบุรี สงขลา และหนองคาย และจัดกิจกรรมพิเศษ YEN-D Reunion เพื่อให้ YEN-D ทุกรุ่น ได้ขยายเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างกันด้วย”

นอกจากนี้ กรมฯ ยังมีแผนที่จะจัดมหกรรมการค้าชายแดน 4 ภูมิภาค โดยมีกิจกรรมที่จะช่วยส่งเสริมการค้าชายแดน คือ การประชุมหารือภาครัฐและภาคเอกชน โครงการ YEN-D Frontier การเจรจาจับคู่ธุรกิจ งานธงฟ้าสินค้าราคาประหยัด โดยกัมพูชาจัดที่ จ.สระแก้ว ไปแล้วเมื่อวันที่ 25 มีนาคม – 1 เมษายน 2561 เมียนมา จัดที่ จ.กาญจนบุรี เดือนเมษายน 2561 มาเลเซีย จัดที่ จ.สงขลา ระหว่างวันที่ 19 – 22 กรกฎาคม 2561 และ สปป.ลาว จัดที่ จ.หนองคาย เดือนกรกฎาคม 2561
สำหรับมูลค่าการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนในปี 2560 มีมูลค่า 1,307,150.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ที่มีมูลค่า 1,200,834.99 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 8.85% และเดือน ม.ค.61 มีมูลค่ารวม 115,184.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือน ม.ค.60 ที่มีมูลค่า 88,970.79 หรือเพิ่มขึ้น 29.46%

*โครงการสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการรุ่นใหม่ของไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน (Young Entrepreneur Network Development Program: YEN-D Program) เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2558 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเครือข่ายและต่อยอดทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยกับผู้ประกอบการของกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม) ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการไทย ในการเข้าไปขยายสินค้าและบริการของไทยในกลุ่มประเทศดังกล่าว