กระทรวงคมนาคม ถือเป็นหน่วยงานหลักในด้านการดำเนินนโยบายและจัดทำโครงการสร้างพื้นฐาน เพื่อพัฒนาและส่งเสริมให้ประเทศไทยก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ในฐานะศูนย์กลางด้านการคมนาคมขนส่งของภูมิภาคอาเซียนตามแผนงานของรัฐบาล ซึ่งจะนำความรุ่งเรืองสู่ประเทศไทยอย่างมหาศาล
 
 
BUS & TRUCK หนุนกลุ่มรถใหญ่โต
 
คุณออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2558 ที่ผ่านมา ได้รับเกียรติเป็นประธานเปิดงาน BUS & TRUCK ’15 : Next Stop AEC งานแสดงรถเพื่อการพาณิชย์และกิจการพิเศษ ครั้งที่ 12 ณ ฮอลล์ 106 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ โดยมี คุณชาตรี มรรคา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีเอฟ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในฐานะผู้จัดงานให้การต้อนรับ พร้อมบรรดาแขกผู้มีเกียรติจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง
 
ในนามของกระทรวงคมนาคม ซึ่งถือเป็นหน่วยงานหลักในด้านการดำเนินนโยบายและจัดทำโครงการเพื่อพัฒนาและส่งเสริมให้ประเทศไทยก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในฐานะศูนย์กลางด้านการคมนาคมขนส่งของภูมิภาคอาเซียนตามแผนงานของรัฐบาล อันจะนำมาซึ่งประโยชน์แก่ประเทศไทยอย่างมหาศาล มีความยินดีที่ทางผู้จัดงานเล็งเห็นความสำคัญในการจัดเวทีนี้ให้เป็นศูนย์จัดแสดงผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยีต่าง ๆ สำหรับกลุ่มรถเพื่อการพาณิชย์ รวมทั้งร่วมส่งเสริมในด้านการเป็นจุดแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ พร้อมกับเพิ่มศักยภาพในด้านมาตรฐานและจริยธรรมอันดีในกลุ่มผู้ประกอบการ เพื่อให้ไทยก้าวสู่เวที AEC ได้อย่างเต็มภาคภูมิ  ที่สำคัญงานนี้จะส่งเสริมให้กลุ่มรถใหญ่ กลุ่มขนส่ง และโลจิสติกส์ไทย ให้กลับมาเติบโตและคึกคักเหมือนเดิม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้เติบโตยิ่งขึ้น
 
คมนาคมเน้นความปลอดภัย
 
หลังรับตำแหน่งได้ตรวจเยี่ยมและมอบโยบายการบริหารราชการแก่ผู้บริหารกรมการขนส่งทางบก เพื่อขับเคลื่อน นโยบายรัฐบาลและนโยบายของกระทรวงคมนาคมสู่การปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ มุ่งเน้นการพัฒนาส่งเสริมระบบ การขนส่งทางถนนให้มีประสิทธิภาพ ส่งเสริมความปลอดภัยทั้งด้านตัวรถและคน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการ แข่งขันของประเทศ รองรับการเปิด AEC 
 
โดย กรมการขนส่งฯ มีแผนจะดำเนินงานในปี 2559 ให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล โดยเน้นความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ในทุกกระบวนการ พร้อมปรับบทบาทของกรมการขนส่งฯ ให้เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าควบคุม กำกับ ดูแล การขนส่งทางถนนให้มีคุณภาพสามารถแข่งขันได้ รถมีความปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และผู้ขับขี่มีความตระหนักและร่วมเป็นส่วนสำคัญในการสร้างปลอดภัยบนท้องถนน 
 
เร่งรัดพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
 
นอกจากนี้ ในปีงบประมาณ 2559 กรมการขนส่งฯ จะเร่งรัดพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง เพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถของผู้ประกอบการ อาทิ การพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล , โครงการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าภูมิภาค เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งทางถนน (จังหวัดชายแดน 9 แห่ง ประกอบด้วย เชียงราย ตาก มุกดาหาร หนองคาย สระแก้ว ตราด กาญจนบุรี สงขลา และนราธิวาส) , โครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ จังหวัดเชียงราย เพื่อรองรับการ ขนส่งสินค้าระหว่างประเทศไทย-สปป.ลาว-จีน ผ่านเส้นทาง R3A , โครงการศูนย์การขนส่งชายแดนจังหวัดนครพนม รองรับการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศไทย-สปป.ลาว-เวียดนาม-จีน ผ่านเส้นทาง R12 , การก่อสร้างสถานีขนส่งผู้โดยสาร โดยให้ผู้รับผิดชอบโครงการพิจารณาติดตามความคืบหน้าการดำเนินการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เป็นไปตามกรอบระยะเวลา และพัฒนางานในทุก ๆ ด้านอย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบความปลอดภัยให้กับประชาชนทุกคน 
 
บขส.ต้องแข่งกับสายการบินได้
 
ส่วนการตรวจเยี่ยม บริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. นั้น เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการต่าง ๆ ของ บขส. และได้มอบนโยบายการปฏิบัติงานแก่คณะผู้บริหารของ บขส. โดยให้ดำเนินงานต่าง ๆ ด้วยความโปร่งใส และคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนอย่างสูงสุด ได้แก่ 1. การสรรหากรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. ให้เร่งรัดดำเนินการ เพื่อให้การดำเนินงานต่าง ๆ ของ บขส. เป็นไปด้วยความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น 2. การจัดหาที่ดินเพื่อก่อสร้างสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพแห่งใหม่ (สายเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ) ให้คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน โดยให้ได้รับความสะดวก สบาย ปลอดภัย รวดเร็ว และสามารถเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนสาธารณะอื่น ๆ ได้อย่างครอบคลุมและกว้างขวาง 3. การปรับปรุงคุณภาพการให้บริการ อาทิ การนำรถใหม่มาให้บริการ การปรับปรุงคุณภาพอาหารบนรถ ห้องสุขาสะอาด และปรับลดอัตราค่าโดยสาร เป็นต้น เพื่อให้สามารถแข่งขันกับบริษัทเอกชน โดยเฉพาะกับสายการบินต้นทุนต่ำได้ เพราะที่ผ่านมา บขส. ไม่สามารถทำการตลาดหรือปรับลดค่าโดยสารได้ เนื่องจาก มีปัญหาด้านกฎ ระเบียบ จึงให้ บขส. จัดทำเรื่องเสนอขอปรับปรุงแก้ไขกฎและระเบียบต่าง ๆ ดังกล่าว
 
เดินหน้าพัฒนาท่าเรือไทย 
 
สำหรับการตรวจเยี่ยมกรมเจ้าท่า (จท.) เพื่อมอบนโยบาย การปฏิบัติงานแก่คณะผู้บริหาร รวมทั้งติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการ และหารือเพื่อแก้ไขปัญหาอุปสรรค โดยขอให้ จท.เร่งรัดการดำเนินการเรื่องต่าง ๆ เพื่อให้การดำเนินงานของ จท. และการขนส่งทางน้ำบรรลุผลสำเร็จและเป็นไปตามเป้าหมาย ประกอบด้วย
 
1. การปรับปรุงโครงสร้างตำแหน่งของสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค 
 
2. การแก้ปัญหาท่าเรือที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว แต่ไม่มีผู้บริหารจัดการท่าเรือดังกล่าว อาทิ ท่าเรือศาลาลอย จ.พระนครศรีอยุธยา ท่าเรือคลองวาฬ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และท่าเรือคลองใหญ่ จ.ตราด ซึ่งจะก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม 2558 โดยให้ จท. หารือร่วมกับกรมธนารักษ์ เพื่อพิจารณากำหนดมาตรฐานบริการ และลดอัตราการเก็บค่าตอบแทนของกรมธนารักษ์ เพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการสนใจเข้ามาลงทุนในการบริหารท่าเรือมากยิ่งขึ้น 
 
3. การพัฒนาท่าเทียบเรือโดยสารเพื่อการท่องเที่ยวขนาดใหญ่ (Cruise) ทั้งในส่วนพื้นที่ฝั่งอ่าวไทย บริเวณเกาะสมุย จ.สุราษฎ์ธานี และฝั่งอันดามัน บริเวณ จ.กระบี่
 
4. โครงการพัฒนาท่าเรือปากบารา จ.สตูล และท่าเรือสงขลา 2 มอบให้ จท. ดำเนินการให้ความรู้และสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนในพื้นที่ ควบคู่ไปกับการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment : SEA) โดยการชี้แจงและให้รายละเอียดข้อมูลที่ถูกต้องกับประชาชน เพื่อสร้างความเข้าใจในโครงการฯ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ และความเชื่อมั่นในการพัฒนาท่าเรือที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
 
5. ผลักดันการดำเนินโครงการพัฒนาการขนส่งผู้โดยสารและสินค้าทางน้ำโดยเรือเฟอร์รี่ เส้นทางพัทยา – หัวหิน ให้บรรลุผลสำเร็จ 6. การจัดงานมหกรรม “Thailand Yacht Show” ในระหว่างวันที่ 8 – 14 กุมภาพันธ์ 2559 ณ อ่าวปอแกรนด์มารีน่า จ.ภูเก็ต เพื่อแสดงศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทย ในการเป็นศูนย์กลางมารีน่าของอาเซียน