โดย…วณัฐสุข สงวนศิริ

เป็นความจริงครับที่มีคำกล่าวว่า มีสิ่งใหม่ ๆ เกิดขึ้นแทบทุกวัน บทความวันนี้ก็สืบเนื่องจากอุบัติเหตุรถบัสโดยสารเกิดอุบัติเหตุที่ถนนสาย 304 อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เกิดเหตุเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมามีผู้โดยสารเสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย

อุบัติเหตุเกิดลักษณะรถเหินข้ามแผงกั้นกลางไปอีกฟากหนึ่ง รถตะแคงขวาครูดกับผิวทาง ชั้นผู้โดยสารชั้นบนฟาดกับต้นไม้ข้างทางทำให้โครงชั้นผู้โดยสารหลุดแยกออกจากตัวรถ เหตุการณ์ครั้งนี้คนขับรถบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย หลังจากอุบัติเหตุเกิดขึ้นก็มีการวิเคราะห์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางว่ามีอะไรบ้างทำให้เกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้

ยกตัวอย่าง เช่น ลักษณะรถที่เป็นรถสองชั้น สภาพถนนโค้งลาดชัน คนขับไม่ชำนาญเส้นทาง คนขับเสพยาบ้า เป็นต้น ลองพิจารณาดูแล้วก็พอจะกล่าวได้ว่าสภาพถนนที่มีความโค้งลาดชันตามธรรมชาตินั้นคงยากที่จะสร้างหรือปรับปรุงถนนลดความโค้งและความลาดชันให้ราบเรียบ คงปล่อยให้ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องปรับเปลี่ยนวิธีการขับในทางที่มีสภาพดังกล่าวให้มีความปลอดภัย วิธีขับที่ง่ายที่สุดคือการปฏิบัติตามป้ายเตือนข้างทาง ซึ่งโดยทั่วไปป้ายจะเตือนบอกลักษณะของถนน บอกอัตราความเร็วขั้นต่ำสุด บอกการใช้กำลังรถหรือเกียร์ต่ำ เป็นต้น

คนขับเฉพาะกิจเกิดขึ้นได้อย่างไร เกิดตั้งแต่เมื่อไหร่? จริง ๆ แล้วลักษณะคล้าย ๆ กันก็มีเกิดขึ้นมาบ้างตั้งนานแล้ว ผู้เขียนเคยเห็นแถวบ้านโพธิ์ฉะเชิงเทราเมื่อสมัยประมาณปี 2533 คนขับประจำไม่ว่างหรือติดธุระสำคัญก็จะหาคนขับเฉพาะกิจมาขับเสริมเป็นครั้งคราว แถวบ้านโพธิ์มีรถบัสมากก็มีคนขับเยอะ หาคนแทนไม่ยาก และสมัยโน้นก็ขับระยะทางสั้น ๆ ไม่ค่อยได้วิ่งข้ามภาคระยะทางไกล ๆ สำหรับกรณีที่เกิดที่ถนนสาย 304 ก็คาดว่าผู้ประกอบการรถบัสคันดังกล่าวไม่ค่อยจะมีงานมากหรือไม่มีงานต่อเนื่อง เมื่อเป็นเช่นนั้นก็ไม่สามารถจ้างคนขับประจำ จึงใช้วิธีหาคนขับเฉพาะกิจมาขับในยามที่มีงาน จริงแล้วการจะว่าจ้างคนขับเฉพาะกิจก็ไม่ผิดหรือไม่ขัดกับกฎหมายหรือกฎระเบียบของกรมการขนส่งหรอก ผู้ประกอบการมีสิทธิ์ที่จะกระทำได้

บทบาทของผู้ประกอบการจะมีส่วนช่วยให้คนขับเฉพาะกิจมีความปลอดภัย กล่าวคือ ถ้าผู้ประกอบการเป็นรถขับรถเป็นมีความรู้มีประสบการณ์ในการขับรถในแต่ละเส้นทางมาก่อนก็จะพอมีข้อมูลสำหรับการสรุปแผนการเดินทางกับคนขับก่อนที่รถจะออกเดินทาง โดยทั่ว ๆ ไปก็สรุปเกี่ยวกับเส้นทางหลักที่จะรถจะวิ่ง สรุปเกี่ยวกับจุดเสี่ยงจุดอันตราย ลักษณะทาง การใช้ความเร็ว รวมทั้งจุดจอดพัก 30 นาทีทุก ๆ 4 ชั่วโมงตามมาตรการของกรมการขนส่งทางบก

หากจะว่าไปแล้วกรมการขนส่งทางบกก็ได้ชี้ช่องไว้ในระดับหนึ่งเพื่อให้ผู้ประกอบการได้นำเอาไปปฏิบัติใช้ให้มีความปลอดภัยต่อทรัพย์สินของผู้ประกอบการและชีวิตของผู้โดยสาร เนื่องจากรถที่วิ่งทางไกลวิ่งข้ามจังหวัดต้องติดตั้งระบบติดตามตำแหน่งหรือ GPS ผู้ประกอบการก็สามารถตรวจสอบสถานะของรถและสถานะของความเร็วได้ตลอดเวลา ตรวจผ่านระบบโทรศัพท์มือถือ สำหรับจุดเสี่ยงจุดอันตรายของเส้นทางจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือไปภาคตะวันออกก็มีจุดที่ต้องวิ่งผ่านภูเขาหรือทางลาดชัน 2 จุด ๆ แรกก็คือเส้นทางสาย 304 ช่วงระหว่างจากปักธงชัยไปอำเภอกบินทร์บุรี และอีกจุดหนึ่งก็บริเวณรอยต่อระหว่างจังหวัดบุรีรัมย์กับจังหวัดสระแก้วตรงอำเภอโนนดินแดงกับอำเภอตาพระยา

กลยุทธ์อื่น ๆ ที่จะพอช่วยให้ปลอดภัยคือ 1. รถสำหรับคนขับเฉพาะกิจต้องมีความพร้อม เบรกดี เข็มไมล์ไม่ขาด สภาพดอกยางสมบูรณ์ 2.การติดต่อสื่อสารผ่านโทรศัพท์มือถือในช่วงที่รถหยุดอยู่กับที่ โดยอาจเน้นย้ำการใช้ความเร็ว การขับรถผ่านจุดเสี่ยงต่าง ๆ การขับรถอย่างใจเย็น ๆ ไม่ต้องรีบร้อน เถ้าแก่ควรพยายามสื่อสารเป็นช่วง ๆ และ 3. สิ่งที่ง่ายอีกอย่างหนึ่งก็คือ ผู้ประกอบการสำรวจเส้นทางไตรมาสละครั้ง ก็จะช่วยให้มีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันสำหรับไว้แนะนำคนขับเฉพาะกิจครับ