คงจะจำกันได้ดีเมื่อต้นปี 2559 ได้เกิดอุบัติเหตุรถตู้ประจำทางสุดร้ายแรง จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิติจำนวนถึง 25 ราย ทำให้รัฐบาลต้องหาวิธีป้องกันอุบัติเหตุ ที่ต้นเหตุเกิดจากรถตู้ประจำทาง และส่งผลตามมาถึงรถตู้ร่วมบริการ ขสมก. ด้วย

ด้วยรถตู้ร่วมฯ ขสมก. ที่ได้เริ่มวิ่งมาตั้งแต่ปี 2550 และมีจำนวนมากถึง 5,000 คัน ซึ่งต้องเสียค่าสัมปทานการวิ่งให้กับ ขสมก. คันละ 1,000 บาทต่อเดือน ซึ่งเมื่อรวมมูลค่าทั้งหมดแล้วมีมากถึง 5,000,000 บาทต่อเดือน ที่ทาง ขสมก. ได้รับ แต่จากจุดประสงค์อันดีของทางรัฐบาล ที่ต้องการทำให้ผู้โดยสารรถตู้มีความปลอดภัยมากขึ้น เมื่อถึงกำหนดหมดสัมปทานแล้ว ต้องเปลี่ยนมาเป็นรถมินิบัสร่วม ขสมก. ทั้งหมด

ซึ่งคุณสมบัติได้กำหนดไว้ว่า จะต้องมีจำนวนที่นั่งไม่เกิน 20 ที่นั่ง และจะต้องมีระบบเบรค ABS ทุกล้อ พร้อมทั้งมีช่องทางเดิน เพื่อความสะดวกของผู้โดยสารด้วย

ซึ่งกำหนดหมดสัมปทานการวิ่งรถตู้ร่วมฯ ขสมก. นั้น จะเริ่มตั้งแต่ปี 2561 – 2563 แต่เมื่อผ่านไปเพียง 3 เดือนแรกของปีนี้เท่านั้น ก็มีผู้หมดสัมปทานไปแล้วกว่า 200 ราย และก็ไม่มีรายใดต่อสัมปทานเลยแม้แต่รายเดียว พร้อมทั้งคาดว่า เมื่อทุกรายหมดสัมปทานแล้วก็จะไม่มีใครต่อเลย

ด้วยสาเหตุหลักก็คือ ราคาค่ารถมินิบัสจะสูงถึง 2.2 ล้านบาทเป็นอย่างต่ำ และที่สำคัญต้องทำการดาวน์สูงถึง 25% ด้วย และจากที่ติดตามดูฐานะทางการเงินของรถตู้ร่วมฯ ขสมก. แล้วนั้น ทราบมาว่า ไม่อาจจะทำการดาวน์รถคนใหม่ได้อย่างแน่นอน

ส่วนรถตู้เก่านั้น ก็แทบจะไม่มีใครซื้อต่อไปใช้งาน เพราะมีสภาพเก่ามาก และมีอายุการใช้งานมานานกว่า 10 ปีแล้ว

อีกเหตุผลหลัก ก็คือทางรัฐบาลได้ทำการก่อสร้างรถไฟฟ้าเชื่อมต่อกันแทบจะทุกถนนทั่ว กทม.และจะสามารถใช้งานได้อีก 3 ปีข้างหน้าเป็นอย่างน้อย ทำให้ต่างคาดการณ์ว่า ผู้โดยสารจะต้องเลือกใช้รถไฟฟ้ามากเกือบ 100% เนื่องจากเป็นใยแมงมุมเชื่อมโยงต่อกันได้ทุกเส้นทาง

และจากสภาพการจราจรในปัจจุบันนี้ ติดขัดเป็นอย่างมาก จำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการรถตู้ร่วมฯ ขสมก. จึงเริ่มมีน้อย และลดลงเรื่อย ๆ ทำให้แต่ละวันแทบจะไม่มีกำไรเลย เมื่อรวมเหตุผลต่าง ๆ เข้าด้วยกันแล้ว การเปลี่ยนอาชีพใหม่จะเป็นการดีกว่ามาก

และถึงแม้ว่าในอนาคตต่อไปอันใกล้นี้ รถตู้ร่วมฯ ขสมก. จะต้องเปลี่ยนมาเป็นรถมินิบัส ที่กรมการขนส่งทางบกจะเป็นผู้ดูแลแทน โดยคิดราคาค่าต่อสัมปทานใหม่เพียงแค่ 7,000 บาท เป็นระยะเวลา 7 ปี ก็คงจะไม่มีเจ้าของธุรกิจขนส่งผู้โดยสารรายใดที่จะทำธุรกิจนี้ต่อแน่

ต้องมาคอยดูกันว่าอีก 3 ปีข้างหน้านี้ รถตู้ร่วมฯ ขสมก. จะหายไปจาก กทม. และปริมณฑล จริงหรือไม่? และการจราจรจะคล่องตัวเพิ่มมากขึ้น เพราะรถไฟฟ้าจะเริ่มเปิดให้บริการแล้วจริงหรือเปล่า? อีกไม่นานคงรู้กัน

โดย…สวนเลน