ค่ายวอลโว่ กรุ๊ป ซึ่งดูแลทั้งรถวอลโว่ และ ยูดี ทรัคส์ ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อทำให้รถใหญ่ทั้ง 2 ยี่ห้อ มียอดขายเติบโต พร้อมทั้งยังต้อมีเทคโนโลยีสูง เพื่อทำให้กลุ่มลูกค้าคุ้มต้นทุนให้เร็วกว่าที่คิด 
 
คุณวิลาวัลย์ วิศปาแพ้ว รองประธานฝ่ายการตลาดและสนับสนุนการขาย บริษัท วอลโว่ กรุ๊ป จำกัด ได้เปิดเผยถึงแผนการตลาดทั้งหมดที่บริษัทได้วางไว้ เพื่อทำให้รถใหญ่ทั้ง 2 ยี่ห้อ เป็นรถที่กลุ่มลูกค้ามีความต้องการใช้งานเป็นอย่างมาก
 
 
ยอดขายปี 58 เติบโต
 
ด้วยการที่ได้เจาะลึกถึงความต้องการของกลุ่มลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นทั้งการตลาด การขาย และบริการหลังการขาย ทำให้ลูกค้าภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้เลือกใช้ทั้งรถวอลโว่ และ ยูดี ทรัคส์ แม้ว่ายอดขายโดยรวมของรถใหญ่ทุกยี่ห้อจะตกลงเมื่อเทียบกับปี 2557 แต่ยอดขายที่วอลโว่ทำได้กว่า 500 คัน ก็ยังรักษามาร์เก็ตแชร์ที่ทำไว้เมื่อปีที่แล้วได้ ส่วนยอดขายของรถใหญ่ ยูดี ทรัคส์ นั้น ในปี 2558 ทำได้มากกว่า 500 คัน สูงกว่าปี 2557 ที่ทำได้เพียงแค่ประมาณ 200 คัน นั่นก็แสดงว่าทางบริษัทฯ สามารถเจาะได้ถึงความต้องการของลูกค้าเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง
 
ส่วนความต้องการสูงสุดของปี 2559 ได้วางไว้ว่า ยอดขายของรถใหญ่ทั้ง 2 ยี่ห้อ ต้องเพิ่มมากขึ้น เพราะเมื่อประเมินถึงความต้องการของกลุ่มลูกค้าภายในประเทศแล้ว รถใหญ่โดยรวมจะต้องโตเพิ่มมากขึ้น รวมถึงบริษัทฯ ก็จะมุ่งเจาะความต้องการของลูกค้าให้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย
 
ทำได้มากกว่า GPS 
 
ด้วยทางกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ได้ระบุออกมาอย่างชัดเจนแล้วว่า รถบรรทุกจะต้องมีระบบ GPS จึงจะสามารถวิ่งได้บนถนน พร้อมทั้งมีแนวโน้มว่าอาจจะเลื่อนมาบังคับให้เร็วขึ้น เพื่อต้องการให้บนถนนมีความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น 
 
ส่วนทางบริษัทฯ นั้นได้มี GPS ติดมาให้กับรถใหญ่ทั้ง 2 ยี่ห้อแล้ว โดยรถใหญ่วอลโว่ มีระบบไดนาฟลีท ซึ่งนอกจากจะมีระบบ GPS ให้ทางบริษัทของลูกค้าเป็นผู้ดูแลพฤติกรรมการขับของคนขับ ก็ยังมีระบบรายงานการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ตรวจสอบตลอดทางของการขับขี่ว่ามีการหยุด การใช้ความเร็วเท่าไหร่ เพื่อจะได้ทราบว่าคนขับรายนี้สามารถควบคุมการใช้น้ำมัน และดูแลการขับตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางว่า ให้ความปลอดภัยกับสินค้ามากน้อยแค่ไหน 
 
ด้านรถใหญ่ ยูดี ทรัคส์ นั้น ก็มีระบบสมาร์ทโลจิสติกส์ ซึ่งมี GPS ดูแลเบื้องต้นอยู่ รายงานระยะทางการวิ่งว่าจากต้นทางถึงปลายทางใช้ความเร็วเท่าไหร่ เหมาะสมกับการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงหรือไม่ มีรายงานถึงการขับของคนขับว่า มีอะไรผิดเพี้ยนจากธรรมดาหรือไม่ ซึ่งทั้งหมดก็เพื่อคุ้มต้นทุนของลูกค้าให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
 
ซึ่งในเรื่องนี้หากกรมการขนส่งทางบก ระบุว่า รถบรรทุกต้องติด GPS ไม่ว่าจะเป็นเมื่อไร ทางบริษัทฯ ก็มีพร้อมให้ลูกค้าเสมอ
 
ลูกค้ามาเป็นที่หนึ่ง
 
จากการทำตลาดในปลายปี 2558 ที่ผ่านมา ทางบริษัทฯ  ได้มีการแบ่งกลุ่มการใช้งานออกมาอย่างชัดเจน โดยแยกเป็นแรงม้า กำลังของเครื่องยนต์ ความยาวของแชสซีส์ ว่า เหมาะกับใช้งานระยะทางใกล้-ไกล สามารถบรรทุกสินค้าได้มากหรือน้อย พร้อมทั้งยังมีประเภทของตัวถังรถบรรทุกให้ลูกค้าได้เลือกตามแต่ประเภทของงาน ซึ่งเป็นที่พึงพอใจของลูกค้าเป็นอย่างมาก เพราะสามารถสั่งซื้อและนำไปใช้งานได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาให้อู่ทำการประกอบอีกครั้งหนึ่ง
 
ทางด้านการบริการหลังการขายนั้น ก็มีแพ็คเกจให้ลูกค้าได้เลือกถึง 2 แบบ โดยที่ลูกค้าไม่ต้องให้ความสนใจมาดูรถเลย เพราะทางบริษัทฯ จะเป็นผู้ดูแลให้ทั้งหมดและถึงที่ กลุ่มลูกค้าเพียงแต่ทำงานหลักเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
 
พร้อมส่งออกให้ AEC 
 
เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2558 ที่ผ่านมา ได้มีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเวียน หรือ AEC อย่างเต็มตัว ซึ่งทางบริษัทฯ ก็พร้อมที่จะทำตลาดอย่างเต็มที่แล้ว เพราะมีทั้งโรงงานประกอบรถใหญ่วอลโว่ ที่สามารรถส่งออกทั่วโลกได้ และยังมีโรงงานประกอบรถใหญ่ ยูดี ทรัคส์ ที่ส่งออกได้ทั่วโลกอีกเหมือนกัน จึงมีความพร้อมในการประกอบตามที่กลุ่มลูกค้าของแต่ละประเทศต้องการ 
 
ในตลาด AEC นั้น ได้สำรวจความคต้องการของตลาดมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พบว่า ในตลาดประเทศเวียดนามมีความต้องการรถใหญ่สูง ส่วน สปป.ลาว และกัมพูชา ตลาดรถใหญ่ก็เริ่มเติบโตขึ้น และในตลาดประเทศมาเลเซีย และสิงคโปร์ ก็เพิ่งมีความต้องการ จากการที่แต่ละประเทศได้มีอิมพอร์ตเตอร์และผู้ดูแลเฉพาะอยู่ ทำให้ความต้องการของกลุ่มลูกค้าในแต่ละประเทศแตกต่างกัน ผู้ดูแลในแต่ละประเทศจึงต้องพยายามทำตลาดอย่างหนัก เพื่อที่จะเจาะกลุ่มลูกค้าให้ได้มากที่สุดด้วย 
 
เมื่อทางรัฐบาลได้ประกาศออกมาอย่างชัดเจนว่า โครงการเมกะโปรเจกต์ต่าง ๆ จะเริ่มดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมในกลางปี 2559 นี้ การขนส่งสินค้า วัสดุ และสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ก็ต้องใช้รถใหญ่เพื่อขนส่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ด้วย ต้องมาดูกันว่า ปัจจัยต่าง ๆ ที่จะเริ่มทำนี้จะมีผลทำให้รถใหญ่วอลโว่ และ ยูดี ทรัคส์ มียอดขายเพิ่มมากขึ้นมากน้อยแค่ไหน