ปัจจุบันนี้ถือว่า ตลาดรถโดยสารในประเทศซบเซาลงเป็นอย่างมาก สาเหตุสำคัญคงหนีไม่พ้นภาวะเศรษฐกิจที่กำลังตกต่ำจากทั่วโลก ด้วยเหตุนี้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับรถโดยสารจึงติดร่างแหไปด้วย เช่นเดียวกับเบาะรถโดยสาร ที่ต้องหาทางพยุงธุรกิจให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้
 
คุณเกียรติศักดิ์ ภูอัครนันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดำรงศิลป์ พาร์ท ซีท เซ็นเตอร์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเบาะที่นั่งรถโดยสาร เปิดเผยถึงกลยุทธ์การหาทางรอด เพื่อทำให้ยังมีการผลิตเบาะนั่งดำรงศิลป์ออกมาเหมือนทุกปี พร้อมทั้งรักษาพนักงานประมาณ 500 ชีวิตได้ทำงานต่อไป
 
 
เบาะดำรงค์ศิลป์บูมต่างประเทศ
 
ด้วยทางเบาะรถโดยสารดำรงศิลป์ ได้แบ่งการทำตลาดออกเป็น 2 ตลาด คือตลาดในประเทศ ซึ่งมีโรงงานผลิตตั้งอยู่อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ซึ่งเน้นการผลิตให้รถโดยสารในประเทศ ส่วนโรงงานอีกแห่งที่อยู่ จ.สุพรรณบุรี ทำการผลิตเบาะรถโดยสารสาร เพื่อส่งออกอย่างเดียว 
 
จากอดีตโรงงานประกอบรถโดยสาร ที่อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี บูมมาก และมีจำนวนหลายสิบอู่ แต่ในปัจจุบันอู่บ้านโป่งแทบทุกอู่เงียบเหงามาก แทบจะไม่มีการประกอบรถโดยสารเลย ซึ่งแตกต่างจากตลาดต่างประเทศที่กำลังบูม
 
อย่างไรก็ดี บริษัทได้มีการบุกตลาดอาเซียนมาได้หลายปีแล้ว โดยเกือบทุกประเทศจะเป็นลูกค้าของบริษัท ยกเว้น บรูไน, กัมพูชา และสปป.ลาว เพราะมีปัจจัยความต้องการภายในประเทศนั้น ๆ ที่ยังไม่สูงมากนัก ส่วนประเทศที่มีออเดอร์สั่งซื้อจำนวนมากคือ เมียนมา, เวียดนาม, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ นอกจากนี้ ยังมีประเทศใหม่ที่ยังมีความต้องการเบาะนั่งรถโดยสารอยู่อีกหลายประเทศ ซึ่งต้องเดินหน้าทำตลาดต่อไป
 
สำหรับเบาะนั่งรถโดยสารที่ส่งออกนั้น จะมีทั้งสำเร็จรูปและแบบชิ้นส่วนที่ต้องนำไปประกอบอีกครั้งหนึ่ง รวมถึงยังมีแผนที่จะเข้าไปตั้งโรงงานผลิตเบาะนั่งรถโดยสารในต่างประเทศอีกด้วย หากประเทศนั้น ๆ มีความต้องการเบาะนั่งรถโดยสารในจำนวนมาก ๆ 
 
ส่วนกลุ่มลูกค้าในปัจจุบันนั้น บริษัทฯ มีสัดส่วนในการผลิตเพื่อจำหน่ายสินค้าเพื่อส่งออกต่างประเทศอยู่ที่ประมาณ 70% แบ่งออกเป็นกลุ่มตลาดอาเซียน 50% และอีก 20% เป็นกลุ่มตลาดตะวันออกกลาง, บังกลาเทศ, ญี่ปุ่น และเกาหลี เป็นต้น ส่วน 30% ที่เหลือจะเป็นกลุ่มลูกค้าภายในประเทศ ซึ่งแบ่งออกเป็นการผลิตแบบ OEM 10% และอีก 20% จะเป็นแบบ After Market
 
วาง 2 โรงงานผลิตเพื่อส่งออก
 
เมื่อตลาดรถโดยสารในประเทศทรุด การผลิตเบาะนั่งรถโดยสารก็ต้องตกตามไปด้วย แต่เมื่อตลาดรถโดยสารต่างประเทศโต ทำให้ยอดการผลิตเบาะนั่งรถโดยสารเพื่อส่งออกเดินหน้าตามไปด้วย เมื่อโรงงานผลิตเบาะนั่งที่จ.สุพรรณบุรี ผลิตเต็มความสามารถแล้ว ก็ต้องแบ่งการผลิตเบาะนั่งรถโดยสารมาให้โรงงานที่อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ช่วยผลิต เพราะมีกำลังการผลิตเหลืออีกมาก และด้วยคุณภาพของเบาะนั่งรถโดยสารในประเทศและต่างประเทศอยู่ในมาตรฐานเดียวกัน จึงทำให้ไม่ต้องปรับอะไรมาก และทำการผลิตได้เลย พร้อมทั้งยังส่งผลดีให้กับพนักงานที่โรงงานบ้านโป่ง จำนวนกว่า 500 ชีวิตด้วย เพราะยังมีงานให้ทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องมีจ้างออกหรือพักงานเหมือนธุรกิจอื่น ๆ ซึ่งถือเป็นเรื่องดีที่ไม่ต้องมีคนตกงาน 
 
ทำตลาดหลายประเทศถือเป็นผลดี
 
ในการทำตลาดเบาะนั่งรถโดยสารนั้น ต้องทำการตลาดหลายประเทศ เพราะตลาดรถโดยสารนั้น มีการเติบโตที่ไม่มากนัก แต่ก็ยังสามารถเดินหน้าไปได้เรื่อย ๆ ตัวอย่างที่เห็นก็อย่างในเมืองไทย ซึ่งมีบางช่วงตลาดโต และมีบางช่วงตลาดทรุด อย่างในปี 2559 นี้ ตลาดรถโดยสารแทบจะไม่มีการประกอบใหม่เลย แต่ด้วยทางบริษัทฯ กระจายการทำตลาดสู่หลายประเทศ ซึ่งความต้องเบาะรถโดยสารในแต่ละประเทศนั้นเติบโตมาก ความต้องการใช้เบาะนั่งรถโดยสารจึงสูง ทางบริษัทฯ จึงเน้นทำตลาดต่างประเทศ เพื่อทดแทนตลาดในประเทศที่ทรุดตัวลง จึงถือได้ว่า ทางบริษัทฯ ได้ทำตลาดเบาะนั่งรถโดยสารหลายประเทศถูกต้องแล้ว และจะมีการขยายตลาดสู่ประเทศอื่น ๆ ต่อไปด้วย 
 
แผนก R & D ผู้สร้างรายได้
 
ด้วยทางบริษัทฯ มีอยู่หลายแผนกซึ่งมีศักยภาพสูง จึงมีแผนการ ที่จะแยกแผนกต่าง ๆ เหล่านั้นให้ออกมาเป็นรูปบริษัท เพื่อที่จะได้ขยายการทำงานให้มากขึ้น โดยสามารถสร้างรายได้ และเลี้ยงตัวเองได้ อย่างเช่นแผนก R & D ซึ่งถือว่า สามารถสร้างรายได้รวมให้กับบริษัทฯ ได้เป็นอย่างมาก จึงต้องการที่จะแยกแผนกนี้ให้ออกมาบริหารงานได้ด้วนตนเอง 
 
อย่างการออกแบบเบาะนั่งรถโดยสาร ให้กับบริษัททัวร์ บริษัทให้เช่ารถโดยสาร รวมถึงรถตู้โดยสารด้วย โดยแผนก R & D จะมีการออกแบบตามที่ผู้ว่าจ้างต้องการ หรือมีแบบเบาะนั่งรถโดยสารให้ลูกค้าได้เลือก เรียกได้ว่ามีทุกสิ่งทุกอย่างที่ลูกค้าต้องการเสนอให้เลย รับรองได้ว่าต่อไปทั้งตลาดในประเทศ ตลาดในเอเชีย และตลาดทั่วโลกต้องรู้จักบริษัท R & D นี้แน่ คาดว่าจะเปิดเป็นรูปบริษัทในเร็ว ๆ นี้
 
วอนภาครัฐสนับสนุนความปลอดภัย
 
สำหรับสิ่งที่อยากให้ภาครัฐเข้ามาสนับสนุนเพิ่มเติมนั้น ได้แก่ 1.การเข้มงวดเรื่องการดูแลความปลอดภัยในการเดินทาง เช่น การใช้งานเข็มขัดนิรภัยที่ไม่ค่อยได้รับความร่วมมือจากผู้ใช้บริการมากเท่าที่ควร เป็นต้น 2.การตรวจสอบและติดตามผลการดำเนินมาตรการและนโยบายต่าง ๆ ของภาครัฐอย่างจริงจัง และ 3.การสร้างศูนย์ทดสอบอุปกรณ์รถยนต์ที่มีมาตรฐานสากลและต่างประเทศให้การยอมรับ รวมทั้งการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์และเครื่องมือตรวจวัดให้มีความทันสมัยมากขึ้น
 
ด้วยความสามารถของผู้บริหารหนุ่มไฟแรง อย่าง “คุณเกียรติศักดิ์ ภูอัครนันท์” ที่ได้เชื้อไฟมาจากคุณพ่อ (คุณธำรงกุล ภูอัครนันท์) และคุณแม่ (คุณวิภา ภูอัครนันท์) ในการดำเนินธุรกิจอย่างรอบด้าน จึงได้มองถึงธุรกิจเบาะนั่งรถโดยสารทั้งในประเทศและต่างประเทศได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ซึ่งสามารถทำได้ตามความต้องการของกลุ่มลูกค้า และทำตามกฎของหน่วยราชการอย่างเคร่งครัด จึงเป็นไปได้ว่า เบาะนั่งรถโดยสารดำรงศิลป์จะอยู่คู่กับตลาดรถโดยสาารตลอดไป และพร้อมจะผลิตผลงานออกมาสู่ผู้ประกอบอย่างต่อเนื่อง