ท่าเทียบเรือชายฝั่ง 20G ท่าเรือกรุงเทพ เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ช่วยเพื่อเพิ่มโอกาสในการแข่งขันทางธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถด้านการส่งออกของประเทศ และยังเป็นการอำนวยความสะดวกทางการค้า

 

สำหรับโครงการพัฒนาท่าเทียบเรือชายฝั่ง 20G ท่าเรือกรุงเทพ ดังกล่าว ได้มีการปรับปรุงและพัฒนาพื้นที่บริเวณหน้าท่า Terminal 2 ฝั่งเขื่อนตะวันออก (ปากคลองพระโขนง) มีความยาว 250 เมตร พร้อมติดตั้งปั้นจั่นยกตู้สินค้าหน้าท่าชนิดเดินบนราง (RMG) จำนวน 2 คัน สามารถยกตู้สินค้าได้ 40 ตัน รองรับเรือขนส่งสินค้าชายฝั่ง (BARGE) ได้พร้อมกัน 3 ลำ ความยาวไม่เกิน 60 เมตร สามารถขนส่งตู้สินค้าได้ไม่น้อยกว่า 60 ที.อี.ยู./เที่ยว เป็นการยกระดับ การให้บริการสู่สากล สนับสนุนการให้บริการขนส่งสินค้าต่อเนื่องหลายรูปแบบ และเชื่อมโยงการขนส่งตู้สินค้าภายในประเทศเพื่อการส่งออกจากท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) ไปยังท่าเรือต่างประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่เกี่ยวเนื่องเมื่อเปิดให้บริการท่าเทียบเรือชายฝั่ง 20G คือ โครงการบรรจุสินค้าในเขตท่าเรือกรุงเทพ เพื่อบรรทุกลงเรือชายฝั่ง (เฉพาะเขต) ไปท่าเรือแหลมฉบัง ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการ โดยให้ท่าเรือกรุงเทพ เป็นท่าตรวจปล่อยของตู้สินค้าขาออก (Release Port) ซึ่งมีการตรวจสอบน้ำหนักมวลรวมตู้สินค้า (Verified Gross Mass : VGM) และตรวจสอบสถานะการตรวจปล่อยสินค้า (Green/Red Line) ผ่านระบบ e-Matching พร้อมทั้งมีการเอกซเรย์ (X-RAY) ตู้สินค้าจากเจ้าหน้าที่ศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ จึงทำให้สามารถตรวจปล่อยจากสำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพจุดเดียวเบ็ดเสร็จ โดยไม่ต้องผ่านพิธีการศุลกากรที่ท่าเรือแหลมฉบังอีก มีความปลอดภัยสูง ขนส่งสินค้าได้ตามเวลาที่กำหนด และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

 

อีกทั้งช่วยลดระยะเวลารอคอยท่า และลดเวลาปฏิบัติงานลง เนื่องจากมีพื้นที่กองเก็บตู้สินค้าติดท่าเทียบเรือ สามารถบริหารจัดการท่าเทียบเรือได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในการรองรับปริมาณตู้สินค้าและเรือชายฝั่งที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ลดค่าใช้จ่ายในระบบโลจิสติกส์ ลดขั้นตอนเอกสาร สามารถเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์แบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ ในส่วนของการบรรจุสินค้าท่าเรือกรุงเทพ มีคลังสินค้าเพื่อการบรรจุสินค้าขาออกโดยเฉพาะ มีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดด้วยระบบบันทึกภาพ CCTV ตลอด 24 ชั่วโมง เพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้บริการได้เป็นอย่างดี

โครงการฯ ดังกล่าว สามารถรองรับเรือชายฝั่งได้ประมาณปีละ 2,500 ลำ หรือคิดเป็นปริมาณตู้สินค้า 240,000 ที.อี.ยู./ปี เป็นการสนับสนุนการขนส่งทางน้ำภายในประเทศ ส่งเสริมระบบโลจิสติกส์ ลดปริมาณการจราจรทางบก และยกระดับการขนส่งสินค้าและตู้สินค้าระหว่างท่าเรือกรุงเทพกับท่าเรือแหลมฉบัง โดยสามารถเชื่อมโยงกับท่าเรือภายในลำน้ำเจ้าพระยา และท่าเรือชายฝั่งอื่นๆ ทั้งหมดนี้เพื่อเพิ่มโอกาสในการแข่งขันทางธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถด้านการส่งออกของประเทศ และยังเป็นการอำนวยความสะดวกทางการค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการสนับสนุนการลงทุนทำธุรกิจในประเทศไทย หรือ Ease of Doing Business

Advertisement