รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หารือกับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นนโยบายทางเศรษฐกิจการค้า โดยเห็นพ้องถึงแนวคิด Belt and Road (B&R) สอดคล้องกับยุทธศาสตร์พัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของไทย โดยเฉพาะการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ Eastern Economic Corridor (EEC)

คุณสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้หารือกับคุณหลู่ย์ เจี้ยน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทยกับจีน และร่วมกันแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจการค้า ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่า แนวคิด Belt and Road (B&R) ของท่านประธานาธิบดี สีจิ้นผิง มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของไทย โดยเฉพาะการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ Eastern Economic Corridor (EEC)

ทั้งนี้ ไทยเสนอเป็นเจ้าภาพจัดประชุมคณะกรรมการร่วมว่าด้วยการค้าการลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างจีนกับไทย (Joint Committee of Trade, Investment and Economic Cooperation between Thailand and China: JC) ครั้งที่ 6 ระดับรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นกลไกการหารือทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ ซึ่งขณะนี้รอยืนยันกำหนดการร่วมกับฝ่ายจีน โดยเวทีดังกล่าวจะเป็นโอกาสดีที่ผู้บริหารระดับสูงของทั้งสองฝ่ายจะมีโอกาสหารือแนวทางการพัฒนาความร่วมมือในสาขาต่าง ๆ อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์ การบิน การสื่อสาร เทคโนโลยีดิจิทัล โลจิสติกส์ รวมถึงด้านการลงทุนโครงสร้างสาธารณูปโภค เพื่อพัฒนาความเชื่อมโยงทางกายภาพต่าง ๆ ด้วย

นอกจากนี้ ยังได้หารือแนวทางการผลักดันความร่วมมือในระดับท้องถิ่น เนื่องจากกระทรวงพาณิชย์มีนโยบายสนับสนุนและส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้เข้าไปดำเนินธุรกิจการค้าและการลงทุน ทั้งในเมืองหลักและเมืองรองของจีน โดยเฉพาะในมณฑลเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมลุ่มแม่น้ำจูเจียง อาทิ เมืองกว่างโจว และเมืองเซินเจิ้น เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก และผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งจีนพร้อมสนับสนุนไทยในเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ จีนมีกำหนดจัดงาน China International Import Expo ในเดือนพฤศจิกายนนี้ ณ นครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งจะเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการไทยจะได้เจรจาธุรกิจโดยตรงกับผู้นำเข้าของจีน และนำเสนอสินค้าและบริการของไทยให้ผู้บริโภคชาวจีนได้รู้จักมากขึ้นด้วย

ในโอกาสนี้ สองฝ่ายได้ร่วมลงนาม MOU ว่าด้วยความร่วมมือในโครงการภายใต้กองทุนพิเศษแม่โขง – ล้านช้าง ระหว่าง ปลัดกระทรวงพาณิชย์ (คุณนางนันทวัลย์ ศกุนตนาค) และเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย (คุณหลู่ย์ เจี้ยน) เพื่อรับมอบเงินงบประมาณ 1.7 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 60 ล้านบาท สำหรับการดำเนินโครงการทางด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (กัมพูชา จีน ลาว เมียนมา ไทยและเวียดนาม) ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ จำนวน 4 โครงการ ได้แก่ โครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษข้ามพรมแดน โดยนำแนวคิดการทำโมเดลเขตเศรษฐกิจพิเศษและเขตการค้าเสรี(Free Trade Zone) อาทิ เขตการค้าเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Pilot Trade Zone) ของจีนเป็นต้นแบบ โครงการพัฒนาการอำนวยความสะดวกตามแนวชายแดน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสอดคล้องของระบบการบริหารจัดการตามแนวชายแดน อาทิ พิธีการศุลกากรและการอำนวยความสะดวกทางการค้า ซึ่งจะช่วยให้การปล่อยสินค้าและการบริการด้านโลจิสติกส์มีความคล่องตัวยิ่งขึ้น และช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง โครงการจัดกิจกรรมเวทีภาคธุรกิจแม่โขง – ล้านช้าง เพื่อสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการแม่โขง – ล้านช้าง อาทิ การจัดงานแสดงสินค้า การจัดกิจกรรมจับคู่ทางธุรกิจ การนำคณะนักธุรกิจเยือนประเทศสมาชิก และโครงการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในเขตชนบท ซึ่งจะช่วยให้ SMEs ในชนบทมีช่องทางในการจำหน่ายสินค้าและบริการได้เพิ่มมากขึ้น

Advertisement