กรมทางหลวงเปิดเวที Market sounding มอเตอร์เวย์สายหาดใหญ่ – ชายแดนไทย/มาเลเซีย ชวนเอกชนลงทุน เพิ่มศักยภาพคมนาคมขนส่งภาคใต้

คุณอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการสัมมนาเพื่อประเมินความสนใจของภาคเอกชน (Market Sounding) โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายหาดใหญ่-ชายแดนไทย/มาเลเซีย เพื่อเป็นการระดมความเห็นและข้อเสนอแนะจากภาคเอกชน

โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายหาดใหญ่-ชายแดนไทย/มาเลเซีย เป็นโครงการเร่งด่วนภายใต้แผนแม่บททางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ระยะ 20 ปี ซึ่งการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่นั้น จำเป็นต้องอาศัยความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ เงินลงทุน และการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ การให้เอกชนร่วมลงทุนโครงการจึงเป็นแนวทางที่เหมาะสม เพื่อให้การเดินทางระหว่างตัวเมืองหาดใหญ่กับด่านชายแดนไทย/มาเลเซีย มีความสะดวก รวดเร็ว และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้านตลอดจนกระชับความสัมพันธ์อันดีงามระหว่างไทยกับมาเลเซียให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

สำหรับโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายหาดใหญ่-ชายแดนไทย/มาเลเซีย มีจุดเริ่มต้นโครงการบริเวณจุดตัดกับทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ประมาณ กม.1242+135 บริเวณอำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา มีแนวสายทางมุ่งหน้าลงด้านทิศใต้ และมีจุดสิ้นสุดโครงการ (กม.62+596) ที่ชายแดนไทย-มาเลเซียบริเวณที่ตั้งของด่านศุลกากรสะเดา แห่งที่ 2 อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา รวมระยะทางประมาณ 62.60 กิโลเมตร โดยบริเวณ กม.11+630 จะมีแนว Spur Line ระยะทาง 7.83 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางสู่ท่าอากาศยานหาดใหญ่และทางหลวงหมายเลข 4135 ส่วนการออกแบบจะเป็นทางหลวงพิเศษขนาด 4 ช่องจราจร มีการควบคุมทางเข้าออกอย่างสมบูรณ์ มีด่านเก็บค่าผ่านทางด้วยระบบปิดทั้งหมด 4 ด่าน โดยโครงการมีที่พักริมทาง 1 แห่ง

การลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชนนั้น เบื้องต้นกรมทางหลวงได้แบ่งขอบเขตการลงทุนออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 เอกชนเป็นผู้ออกแบบ จัดหาแหล่งเงินทุน และก่อสร้างโครงการทั้งหมด โดยภาครัฐเป็นผู้จัดหาที่ดิน ระยะที่ 2 เอกชนเป็นผู้ดำเนินงานและบำรุงรักษาทั้งโครงการตลอดระยะเวลาสัญญา โดยกำหนดกรอบระยะเวลาร่วมทุนไม่เกิน 33 ปี แบ่งเป็นระยะออกแบบและก่อสร้างโครงการ 3 ปี และระยะเวลาดำเนินงานและบำรุงรักษาไม่เกิน 30 ปี

ทั้งนี้ กรมทางหลวงได้จัดการสัมมนาครั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนและนักลงทุนที่มีความสนใจ ได้ร่วมแสดงความคิดเห็น ให้ข้อเสนอแนะต่อการดำเนินการโครงการ เพื่อนำไปสู่การสรุปแนวทางการให้เอกชนร่วมลงทุนก่อนนำเสนอขออนุมัติโครงการ จากนั้นจึงดำเนินการคัดเลือกเอกชนผู้ร่วมลงทุน โดยจะมีปริมาณคาดการณ์จราจรเฉลี่ยประมาณ 20,910 คัน/วัน ในปีที่เปิดให้บริการ และจะเพิ่มขึ้นเป็น 46,050 คัน/วัน ในปีที่ 30 สามารถสร้างรายได้ถึง 478 ล้านบาท/ปี ในปีที่เปิดให้บริการ และเพิ่มขึ้นเป็น 2,145 ล้านบาท/ปี ในปีที่ 30 ตามลำดับ

Advertisement