คุณทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 เม.. 2561 ที่ประชุมสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย มีมติให้สมาชิกซึ่งเป็นผู้ประกอบการรถบรรทุกราว 5-6 หมื่นราย ซึ่งมีรถบรรทุกให้บริการขนส่งรวม 4 แสนคัน ปรับขึ้นค่าขนส่งสินค้าทุกประเภททั่วประเทศในอัตราไม่เกิน 5% จากอัตราค่าขนส่งเดิม

เนื่องจากผู้ประกอบการขนส่งมีภาระต้นทุนค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ประกอบด้วย 1. ราคาน้ำมันดีเซล ซึ่งเป็นต้นทุนขนส่งสำคัญมีการปรับราคาเพิ่ม ส่งผลให้ฐานของต้นทุนค่าขนส่งปรับเพิ่มขึ้นลิตรละ 3 บาท คือปรับจากลิตรละ 25 บาท เป็นลิตรละ 28 บาท 2. ค่าแรงงานภาคขนส่งเพิ่มขึ้น โดยค่าแรงในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ปรับเพิ่มขึ้นเป็น วันละ 330 บาท และ 3. ภาระต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้นจากปัญหาการจราจรติดขัดอย่างหนักภายในท่าเรือกรุงเทพฯ (ท่าเรือคลองเตย), ท่าเรือแหลมฉบัง และสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง (ICD) ลาดกระบัง ทำให้รถบรรทุกต้องจอดรอนานกว่า 6-10 ชั่วโมง/เที่ยว สามารถทำรอบขนส่งได้เพียง 1 เที่ยว/วันเท่านั้น รวมทั้งบริเวณชายแดนด่านอรัญประเทศ, ด่านสะเดา และด่านแม่สอด ในปัจจุบันก็เริ่มเกิดปัญหาการจราจรติดขัดเช่นกัน

ขณะนี้ผู้ประกอบการรถบรรทุกทั่วประเทศราว 4 แสนคัน ปรับขึ้นค่าขนส่งไปแล้ว 5% ตั้งแต่วันที่ 1 ..ที่ผ่านมา ซึ่งการปรับค่าขนส่งครั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถปรับขึ้นได้ตามภาระต้นทุนที่แท้จริง โดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจากกระทรวงคนนาคม เพราะการประกอบการขนส่งรถบรรทุกเป็นลักษณะของการขอใบอนุญาตประกอบการหรือไลเซนส์ ไม่ใช่การขอรับสัมปทานจากกระทรวงคมนาคม จึงไม่ได้อยู่ในข่ายต้องขออนุมัติในการจะปรับเปลี่ยนอัตราค่าโดยสาร”

ทั้งนี้ การปรับขึ้นค่าขนส่งครั้งนี้ อาจส่งผลกระทบทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับเพิ่มขึ้นแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากมีภาระต้นทุนในการขนส่งสินค้าปรับเพิ่มขึ้นจากการขึ้นค่าขนส่ง แต่ผู้ประกอบการขนส่งจำเป็นต้องปรับราคาค่าขนส่ง เพราะไม่มีการปรับราคามา 2-3 ปี และไม่สามารถแบกภาระต้นทุนต่อไปได้แล้ว

สำหรับปัญหาการจราจรติดขัดภายในท่าเรือคลองเตย, ท่าเรือแหลมฉบัง และสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง (ICD) ลาดกระบัง นั้นสมาพันธ์การขนส่งฯ หารือร่วมกับกระทรวงคมนาคมมาตลอด รวมทั้งยังนำเสนอปัญหาดังกล่าวให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และรัฐบาลช่วยแก้ไขด้วย

โดย…สวนเลน