ในที่สุดการหลอมรวมอาเซียนให้เป็นหนึ่งเดียวก็บังเกิดเป็นผลสำเร็จแล้วเมื่อปลายปี 2558 ที่เพิ่งผ่านมาได้หมาดๆ  การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ย่อมหมายถึงว่า อาเซียนต่อจากนี้จะต้องเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียว ซึ่งเน้นการเคลื่อนย้ายสินค้า การบริการ การลงทุน เงินทุน และแรงงานฝีมือระหว่างกันอย่างเสรี รวมถึงธุรกิจบริการในภาคธุรกิจการขนส่งสินค้าหรือโลจิสติกส์ก็ได้รับอานิสงส์จากการเปิด AEC นี้ไปเต็ม ๆ
 
 
ไทยฮับขนส่งอาเซียน
 
คุณเลิศชาย ประภาศิริรัตน์ รองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท นำสินประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ประเทศไทยต้องถือว่ามีความโดดเด่นอย่างมากในด้านภูมิศาสตร์  แทบจะมั่นใจได้เลยว่าเราสามารถวางตำแหน่งตนเองในการเป็น “ฮับ” ของอาเซียนในด้านโลจิสติกส์ได้อย่างเต็มภาคภูมิโดยไม่ต้องเหนียมอายใคร และเมื่อลองหลับตาจินตนาการไปในอนาคตเราก็จะพบว่านับแต่ปี 2559 นี้เป็นต้นไป รูปแบบการทำธุรกิจจะเปลี่ยนโฉม จะเกิดปรากฏการใหม่ในการค้าและการแข่งขันที่มีรูปแบบเปลี่ยนแปลงไป ขนาดของตลาดผู้บริโภคจะเพิ่มขึ้นจาก 65 ล้านคนในประเทศ เป็น 600 ล้านคนในอาเซียน อาณาเขตการแข่งขันขยายจากภาคพื้นทวีป 500,000 ตารางกิโลเมตร เป็น 4,400,000 ตารางกิโลเมตร 
 
ขนส่งรถบรรทุกเติบโต
 
การขนส่งไม่ว่าจะทางน้ำ ทางบก และทางอากาศก็จะมีบทบาทสำคัญมากที่สุด และแน่นอนผู้ประกอบการขนส่งหรือโลจิสติกส์ของไทยก็คงจะต้องปรับตัวให้ระบบการบริหารจัดการ ทันกับกระแสการเติบโตและการไหลเวียนของปริมาณสินค้าจำนวนมหาศาลที่จะเกิดขึ้นในภูมิภาคแห่งนี้ โดยเฉพาะการขนส่งทางบกที่ต้องใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่ในการขนถ่ายสินค้า ก็จะเกิดขึ้นตามปริมาณสินค้าอุปโภคบริโภคที่ประชากรกว่า 600 คนต้องกินต้องใช้อยู่เป็นประจำ
 
ประกันภัยสำคัญ
 
ธุรกิจบริการประเภทหนึ่งซึ่งเป็นเสมือนห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมการขนส่งสินค้าอย่างหนึ่งที่ผู้ประกอบการคุ้นเคยและถือได้ว่าเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงของกิจการก็คือการประกันภัยรถยนต์ แน่นอนว่ารถบรรทุกสินค้าหรือรถยนต์ที่ใช้เพื่อการพาณิชย์ทุกคันต้องมีการทำประกันภัยรถยนต์ไว้กับบริษัทประกันภัยไม่ว่าจะเป็นบริษัทใดบริษัทหนึ่งอย่างแน่นอน อย่างน้อยก็ต้องมีการประกันภัย พ.ร.บ.รถยนต์กันไว้แล้วหนึ่งฉบับเพราะหากไม่มีก็ถูกจับ ถูกปรับตามกฎหมาย  ส่วนการประกันภัยรถยนต์ประเภทอื่น ๆ หรือที่เรียกว่าภาคสมัครใจ อย่างน้อยเจ้าของรถรับจ้างขนส่งก็ต้องมีติดปลายนวมกันเหนียวไว้ ถ้าไม่ประเภท 1 ก็ต้องมีประเภท 2 หรือประเภท 3 อย่างแน่นอน คงไม่มีใครกล้าเสี่ยงตัวเองที่จะไม่ซื้อประกันรถยนต์ไว้ 
 
แต่ในฐานะผู้ประกอบการรับจ้างขนส่งสินค้า ลองถามตัวเองกันไหมว่าการมีแค่กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์เพื่อคุ้มครองตัวรถและความเสียหายอื่นๆ ที่จะเกิดกับบุคคลภายนอกแค่นั้นมันเพียงพอต่อความเสี่ยงของกิจการแล้วหรือ แล้วความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวสินค้าที่เรารับจ้างขนส่งไปล่ะ  เราจะเสี่ยงรับผิดชอบเองหรือไม่  ถ้าไม่  เราน่าจะมีเครื่องมือหรือประกันภัยอะไรอีกสักอย่างหรือไม่ที่จะนำมาใช้สำหรับการบริหารความเสี่ยงหรือบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับสินค้าที่เรารับจ้างบรรทุกหรือรับจ้างขนส่งไปดีไหม ?
 
คุ้มครองสินค้าเสียหาย
 
“ประกันภัยความรับผิดของผู้ขนส่งสินค้า” น่าจะเป็นคำตอบสำหรับผู้ประกอบการรับจ้างขนส่งสินค้าได้ตรงตามที่ใจต้องการ เพื่อให้กิจการ..สตรอง….เพราะกรมธรรม์ประกันภัยความรับผิดของผู้ขนสินค้าเป็นการประกันภัยสำหรับการคุ้มครองสินค้าสูญหายหรือเสียหาย  หรือการส่งมอบสินค้าที่ผู้เอาประกันภัยรับขนส่งได้ไม่ตามกำหนด หรือส่งมอบชักช้า  ซึ่งความคุ้มครองเกิดขึ้นในระหว่างการขนส่ง และในระหว่างระยะเวลาประกันภัย โดยคุ้มครองตั้งแต่เมื่อสิ่งของหรือสินค้าได้บรรทุกขึ้นไปยังยานพาหนะขนส่งรวมทั้งความเสียหายของสิ่งของที่เกิดขึ้นในระหว่างการขนขึ้นและขนลงรถที่ใช้บรรทุกสินค้านั้น   หลักการก็คือเมื่อมีการเคลมประกันตามเหตุการณ์ที่อยู่ในความคุ้มครองของกรมธรรม์นี้ และไม่อยู่ในข้อยกเว้น ทางบริษัทประกันเจ้าของกรมธรรม์ ก็จะเข้าไปช่วยเหลือ ค้ำจุน โดยตกลงค่าสินไหม ยุติข้อพิพาท และจ่ายค่าสินไหมให้กับ ผู้ขนส่งหรือเจ้าของสินค้า แล้วต่อกรณี
 
ขนส่งควรซื้อประกัน
 
ใครควรซื้อประกันภัยความรับผิดของผู้ขนส่ง..?  คำตอบสำหรับผู้ที่ควรซื้อประกันความรับผิดของผู้ขนส่ง ก็คือ ผู้รับจ้างขนส่งทั้งหลาย ไม่ว่าจะรับจ้างโดยนามส่วนตัวหรือเป็นบริษัทรับจ้างขนส่ง ห้างหุ้นส่วนต่างๆ ที่มีรถบรรทุกไว้สำหรับรับจ้างขนส่งสินค้า เช่น รับจ้างขนสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค รับจ้างขนส่งสินค้าการเกษตร ไม้  ไม้แปรรูป น้ำตาล ข้าว เชื้อเพลิง เป็นต้น  แนะนำครับว่าหากจะซื้อประกันภัยความรับผิดของผู้ขนส่งควรจะเป็นบริษัทประกันภัยเดียวกันกับกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับและ พ.ร.บ. ยกตัวอย่างบริษัทนำสินประกันภัย มีข้อมูลประกันภัยรถยนต์อยู่แล้วก็จะง่ายขึ้นหากซื้อประกันภัยความรับผิดของ  ผู้ขนส่งเพิ่มเติม และเมื่อเวลาแจ้งเคลมเมื่อมีอุบัติเหตุหรือมีความเสียหายเกิดขึ้นก็จะได้แจ้งเพียงครั้งเดียว ไม่ต้องแจ้งหลายครั้งหลายบริษัทฯ  จากประสบการณ์มีผู้เอาประกันจำนวนมากเมื่อเกิดอุบัติเหตุกับรถบรรทุกก็มักจะแจ้งอุบัติเหตุเฉพาะประกันภัยรถยนต์เท่านั้น โดยลืมแจ้งเคลมประกันภัยความรับผิดชอบของผู้ขนส่งในที่เกิดเหตุทันที  ซึ่งการแจ้งหลังเกิดเหตุจึงมักมีปัญหายุ่งยากตามมาในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน และอาจทำให้สินค้าได้รับความเสียหายมากยิ่งขี้น ดังนั้นจึงมีเหตุผลที่ดีที่ควรจะทำประกันภัยกับบริษัทเดียวกัน
 
นำสินพร้อมดูแลขนส่ง
 
หากสนใจต้องการจะซื้อประกันภัยความรับผิดของผู้ขนส่งจะไปซื้อได้ที่ไหน ไม่ยากครับลองถามไปที่ฝ่ายกิจการตลาดของ บริษัท นำสินประกันภัย จำกัด (มหาชน) สิครับ โทรศัพท์ 02 911 4488 เอกสารและข้อมูลที่ใช้ทำประกันก็มีเพียงจำนวนเงินจำกัดความรับผิดต่อครั้ง สัญญารับจ้างขน จำนวนรถบรรทุกและใบคำขอเอาประกันภัยความรับผิดของผู้ขนส่ง (Carrier’s Liability Insurance Proposal) เท่านั้น