คุณเกริกเกียรติ ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท RCK รุ่งเจริญ จำกัด ลูกชายคนโต คุณสุรชัย ได้เปิดเผยถึงแผนการตลาดที่ได้วางไว้ เพื่อที่จะทำให้บริษัทฯ เจริญก้าวหน้าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามความไว้วางใจจากคุณพ่อ
 
 
เริ่มขยายงานไปยังเมียนมา
 
ด้วยประสบการณ์การทำงานที่มีคุณภาพของอู่ RCK ทำให้กลุ่มขนส่งในประเทศเพื่อนบ้านต่างรู้จัก RCK อย่างดีมาก อย่างในประเทศเวียดนามเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ได้เข้าไปตั้งโรงงานประกอบแชสซีส์รถบรรทุก เพื่อส่งให้กับอู่ต่อรถใหญ่แทบทุกแห่งในประเทศเวียดนาม และล่าสุดเมื่อต้นปีที่ผ่านมา หลังจากประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนได้รวมตัวกันประกาศเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC อย่างเต็มตัว ธุรกิจขนส่งในประเทศเมียนมาก็ได้มาติดต่อให้ทางอู่ RCK ประกอบรถหัวลากพื้นเรียบจำนวน 50 คัน และรถบรรทุกน้ำมันจำนวน 15 คัน ซึ่งปัจจุบันนี้ได้ส่งไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
 
โดยทางบริษัทฯ ต้องทำการปรับเปลี่ยนรูปแบบของการประกอบแชสซีส์ใหม่ให้ช่วงล้อมาอยู่ชิดกันมากขึ้น พร้อมทั้งตัวคิงส์พินจะต้องอยู่ชิดกับตัวถังบรรทุกมากขึ้น เพราะถนนในประเทศเมียนมามีใหญ่สุดเพียงแค่ 4 เลน จึงต้องปรับวงเลี้ยวให้แคบมากขึ้น รวมทั้งยางรถบรรทุกก็ต้องเป็นแบบยางผ้าใบ เพราะถนนหนทางทั่วทั้งประเทศยังเป็นดินขรุขระและมีการก่อสร้างเป็นอย่างมาก จึงต้องใช้ยางที่มีราคาต่ำและสามารถซ่อมแซมได้ง่าย
 
ส่วนการอบรมพนักงานขับนั้น ทางบริษัทฯ ก็ส่งทีมงานไปเทรนนิ่งหัวหน้าคนขับให้รู้เทคนิคต่าง ๆ ทั้งหมดก่อน เพื่อที่จะได้นำไปถ่ายทอดให้กับพนักงานคนขับทั่วไปได้รับทราบ รวมถึงรถทุกคันจะต้องมีคู่มือการดูแลรถ เพื่อให้คนขับรถสามารถดูแลได้ด้วยตัวเอง ลูกค้าทุกรายของบริษัทฯ ต้องได้รับการดูแลดีทั้งหมด
 
มีแผนการตั้งโรงงานในเมียนมา
 
ลูกค้าที่ได้สั่งรถหัวลากพื้นเรียบและลูกค้าที่ได้สั่งรถบรรทุกน้ำมันไปใช้งานในประเทศเมียนมานั้น ได้มาปรึกษากับทางบริษัทฯ ให้ไปตั้งโรงงานประกอบที่ประเทศเมียนมาเลย เพราะจะง่ายต่อการประกอบที่ถูกกฎหมายในประเทศเมียนมา โดยจะถือหุ้นได้สูงสุด 49% คาดว่าจะหาข้อสรุปกันได้ปลายปีนี้อย่างแน่นอน โดยแชสซีส์ที่ผลิตในประเทศเวียดนามและชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่ผลิตในเมืองไทยจะถูกส่งไปประกอบที่โรงงานในประเทศเมียนมา หากเป็นจริงอย่างที่คาดไว้ประเทศเมียนมาจะได้ใช้รถใหญ่ที่ดีและมีราคาถูกเพราะไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าชิ้นส่วนใน AEC อีกด้วย
 
โดยค่ารถใหญ่ที่ได้ทำการติดต่อไว้เรียบร้อยแล้ว ก็มีค่ายเดมเลอร์ ค่ายฟูโซ่ และค่ายอีซูซุ ซึ่งได้รับการตอบรับจากตลาดในเมียนมาอย่างดี
 
ออกรุ่น SIDE CURTAIN บุกตลาด
 
เมื่อเปิดตลาดครึ่งปีหลัง 2559 ทางบริษัทฯ ก็ได้ส่งรถกึ่งพ่วงและรถพ่วงรุ่น SIDE CURTAIN หรือ รุ่นผ้าใบติดด้านข้างบุกตลาดขนส่ง ซึ่งรถรุ่นนี้ได้เกิดจากทางบริษัทฯ ได้พูดคุยและปรึกษาหารือกับลูกค้า คือเบียร์ลีโอ ว่าจะทำอย่างไรให้ออกรถพ่วงหรือกึ่งพ่วงที่บรรทุกเบียร์ลีโอได้มากขึ้น พร้อมทั้งมีผ้าใบติดด้านข้างและด้านบนเพื่อป้องกันฝุ่นและฝนที่ตกหนักในช่วงนี้ด้วย
 
ด้วยเวลาเพียง 1 เดือน ทางฝ่าย R&D ของบริษัทฯ ก็ได้ใช้เวลาคำนวณรูปแบบที่ลูกค้าต้องการให้ออกมาเป็นรูปธรรมและทุกอย่างก็ได้ผลสรุปตรงตามความต้องการของลูกค้า ด้วยการใช้ชิ้นส่วนประกอบที่เป็นเหล็กชนิดพิเศษ มีน้ำหนักเบาแต่ทนทาน รูปแบบการบรรทุกสินค้าก็สามารถจัดวางในตัวรถได้เพิ่มมากขึ้น พร้อมทั้งยังสามารถยกสิ่งของออกจากตัวรถได้รวดเร็ว ส่วนตัวล้อก็ใช้แบบอัลลอยมีน้ำหนักเบา และที่สำคัญผ้าใบติดด้านข้างรถก็เป็นแบบมีน้ำหนักเบา คนขับรถเพียงคนเดียวก็สามารถทำได้
 
กล่าวโดยสรุปก็คือ รถบรรทุกรุ่นใหม่นี้สามารถบรรทุกสินค้าได้เพิ่มอีก 400 กิโลกรัม สามารถเพิ่มผลกำไรให้กับผู้ใช้งานได้เป็นอย่างมาก ภายในเวลาอันรวดเร็วด้วย โดยจำนวนล็อตแรกที่ได้ส่งมอบไปมีจำนวน 23 คัน แบ่งเป็นทางเบียร์ลีโอและผู้ประกอบการขนส่งในสัญญา 23 คัน ส่วนในครึ่งปีหลังได้วางไว้จำนวน 50 คัน แบ่งเป็นขนส่งสินค้าอุปโภคและบริโภค รวมถึงกลุ่มขนส่งเครื่องมืออิเล็กทริคต่าง ๆ ด้วย
 
วางเป้ายอดขายปีนี้ 1,200 คัน
 
ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในครึ่งปี 2559 ทำให้บริษัทฯ มั่นใจว่า ยอดขายที่ได้วางไว้ต้นปีจำนวน1,200 คัน ในปีนี้ จะต้องถึงอย่างแน่นอน เพราะในครึ่งปีแรกก็สามารถทำยอดขายได้ครึ่งหนึ่งแล้วด้วย นอกจากรุ่นรถที่บริษัทฯ นำออกมาจำหน่ายมีตั้งแต่ ตัวกระบะพื้นเรียบ ก้างปลา รถบรรทุกน้ำมันชนิดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเหล็ก สเตนเลส อลูมิเนียม ตัวถังบรรทุกสินค้า ไม่ว่าจะเป็นแบบพ่วงและไม่พ่วง กระบะดัมพ์ และล่าสุดก็เป็น SIDE CURTAIN และก็ยังมีรุ่นอื่น ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่องเพื่อสนองต่อความต้องการของกลุ่มขนส่งให้ได้ทุกเซกเมนต์
 
ด้วยความคิดต่าง ๆ ของผู้บริหารที่ทำธุรกิจในเมืองไทย มองว่าธุรกิจกงสีจะไม่สามารถอยู่รอดได้ เพราะไม่สามารถแข่งขันกับธุรกิจต่างประเทศที่มาลงทุนในประเทศได้ แต่ตระกูลชัยตระกูลทองที่บริหารอู่ RCK มาอย่างยาวนาน กล้าท้าพิสูจน์ให้เห็นว่าจะสามารถทำตลาดให้อยู่ในระดับต้นของอู่ประกอบตัวถังรถบรรทุกให้ได้ตลอดไป พร้อมทั้งยังมีธุรกิจอื่นที่ทำประสานควบคู่กันก็จะเติบโตไปด้วยกัน