AQUAPOWER ปลุกระบบหัวฉีด H2 Hydrogen เมืองไทยฟื้น การันตีด้วยสิทธิบัติจากประเทศสิงคโปร์ ช่วยลดการสิ้นเปลืองของน้ำมันเชื้อเพลิงได้ถึง 30% เป็นอย่างน้อย พร้อมรับประกันนานถึง 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง เตรียมเจอของจริงในงาน BUS & TRUCK ’18

คุณสืบพงศ์ ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท AQUAPOWER ETERNAL ENERGY จำกัด เปิดเผยว่า เมื่อทางบริษัทฯ ได้รับสิทธิบัตรจากประเทศสิงคโปร์ ในเรื่องการใช้พลังงานน้ำ ผลิตเป็นไฮโดรเจน จึงทำให้ทางบริษัทฯ ได้เปิดทำตลาดอย่างจริงจังเพิ่มมากขึ้น

ก่อนหน้านี้ ทางบริษัทฯ ได้รับประกันคุณภาพและความหน้าเชื่อถือจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาของไทย โดยได้รับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ 35263 ระบบหัวฉีด H2 Hydrogen AquaPower© และยังได้รับประกาศนียบัตรผ่านการรับรองมาตรฐานยานยนต์แห่งประเทศไทย กระทรวงอุตสาหกรรม และล่าสุดก็ได้รับสิทธิบัตรจากประเทศสิงคโปร์อีก ตรงนี้จะเป็นเรื่องการันตีให้เรามีความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ”

ด้วยวิธีแยกกล่องระบบหัวฉีด H2 Hydrogen จะช่วยทำงานได้ดีกับเครื่องยนต์ เบนซิน ดีเซล NGV-LPG แก๊สโซฮอล และเครื่องยนต์อื่นที่ใช้น้ำมันทั่วไป โดยใช้เพียงแค่น้ำเปล่าธรรมดา 1 ลิตรครึ่ง ซึ่งเจ้าของรถสามารถเติมเองได้ ก็ทำให้ระบบสามารถทำงานได้ถึง 80 ชั่วโมง หรือเป็นระยะทางโดยประมาณ 4,000 – 5,000 กิโลเมตรสำหรับรถยนต์ หรือรถกึ่งรถกระบะทั่วไป

จากการพิสูจน์ของลูกค้าตัวจริง พบว่า ช่วยประหยัดน้ำมันได้ถึง 30% และมีบางรายสามารถประหยัดได้มากถึง 50% ทีเดียว เมื่อนำมาบวกลบกับค่าติดตั้ง 55,000 บาท มีการรับประกัยหลังการขาย 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ถือได้ว่า ช่วยลดต้นทุนได้มากกว่าที่คิดเสียอีก”

สำหรับสถานที่ติดตั้งนั้น อยู่ที่นิคมอุตสาหกรรม อมตะชิตี้ จ.ชลบุรี ซึ่งกล่องระบบหัวฉีด H2 Hydrogen มีจำนวนการผลิตเต็มที่วันละ 90 กล่อง แต่หากลูกค้ามีความต้องการเพิ่มมากขึ้น ก็สามารถเพิ่มเวลาการทำงานได้ และจะสามารถผลิตได้มากถึง 180 กล่องต่อวันทีเดียว ด้านระยะเวลาการติดตั้งนั้น จะใช้ระยะเวลาในการติดตั้งเพียงแค่ประมาณครึ่งวันต่อรถหนึ่งคันเท่านั้น

ในส่วนของงาน BUS & TRUCK ’18 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 1-3 .. 2561 นี้ ทางบริษัทฯ ได้เตรียมรถใหญ่ที่มีการติดตั้งระบบหัวฉีด H2 Hydrogen เข้าแสดงให้กับกลุ่มขนส่งได้เห็นของจริง และได้ทราบถึงคุณภาพว่าช่วยลดต้นทุนได้มากแค่ไหน เมื่อนำไปใช้จริงจะช่วยลดต้นทุนได้เป็นอย่างมาก ส่วนผลงานที่ได้เข้าร่วมงาน BUS & TRUCK ’17 เมื่อช่วงปลายปี 2560 ที่ผ่านมา ปรากฏว่า ได้รับความสนใจจากกลุ่มขนส่งเป็นอย่างมาก แต่มีผู้ที่นำไปติดตั้งไม่ค่อยมากนัก เนื่องจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงยังไม่แพงเหมือนปัจจุบันนี้ แต่ในปีนี้เชื่อว่า กลุ่มขนส่งจะให้ความสนใจและเป็นลูกค้าจำนวนมากแน่ เพราะราคาน้ำมันมีแต่ขยับขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการขนส่งสูงตามไปด้วย

Advertisement