ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การทางพิเศษแห่งประเทศไทย หรือ กทพ. ได้มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาการจราจรในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ตามบทบาทหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้สอดคล้องตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม ที่มุ่งเน้นในการพัฒนาเครือข่ายระบบทางพิเศษให้เชื่อมโยงกันอย่างบูรณาการ ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน
 
จากบทบาทที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้รถใช้ถนนโดยตรง ทีมข่าว “BUS & TRUCK” จึงขอโอกาสติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของ คุณณรงค์ เขียดเดช ผู้ว่าการ กทพ. ว่า จะดำเนินงานไปทิศทางใด และจะมีแผนเร่งด่วนก่อสร้างทางพิเศษเส้นไหนมาช่วยลดปัญหาการจราจร โดยมีประเด็น ดังนี้
 
 
เปิดให้บริการแล้ว 7 เส้นทาง
 
ปัจจุบัน กทพ. ได้เปิดให้บริการ ทางพิเศษแล้ว 7 สายทาง ได้แก่ ทางพิเศษเฉลิมมหานคร,ทางพิเศษศรีรัช,ทางพิเศษฉลองรัช,ทางพิเศษอุดรรัถยา,  ทางพิเศษบูรพาวิถี,ทางพิเศษสายบางนา-อาจณรงค์ (S1),ทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) และ 4 ทางเชื่อมต่อ ได้แก่ ทางยกระดับด้านทิศใต้สนามบินสุวรรณภุมิเชื่อมทางพิเศษบูรพาวิถี, ทางเชื่อมต่อทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) กับทางพิเศษบูรพาวิถี,ทางเชื่อมต่อเฉลิมราชดำริ 84 พรรษา,ทางเชื่อมทางพิเศษศรีรัช (อโศก-ศรีนครินทร์) กับ ถ.จตุรทิศช่วง ค. รวมระยะทางกว่า 207.9 กิโลเมตร 
 
รถใช้ทางด่วนวันละ 1.8 ล้าน
 
ปัจจุบัน มีผู้ใช้ทางพิเศษ เฉลี่ยกว่าวันละ 1.8 ล้านเที่ยว สูงสุดถึงวันละ 2.1 ล้านเที่ยว และมียอดผู้ใช้บัตร Easy Pass แล้วกว่า 1.155 ล้านบัตร และยังจะต้องพัฒนาต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยการขยายโครงข่ายทางพิเศษเชื่อมโยงพื้นที่กรุงเทพมหานครด้านตะวันตกเข้า สู่กลางใจเมืองด้วยโครงการทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ระยะทาง 16.7 กิโลเมตร ซึ่งจะเปิดให้บริการในปลายเดือนสิงหาคมนี้
 
เดินหน้าศึกษาโครงการใหม่
 
      กทพ.ยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อมจำนวน 8 โครงการ ได้แก่ โครงการทางพิเศษสายบูรพาวิถี-พัทยา,โครงการทางพิเศษสายอุดรรัถยา-พระนครศรีอยุธยา,โครงการทางพิเศษสายฉลองรัช-นครนายก-สระบุรี,โครงการทางพิเศษในจังหวัดเชียงใหม่,โครงการทางพิเศษในจังหวัดขอนแก่น และโครงการทางพิเศษในระยะเร่งด่วน ได้แก่ โครงการทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก,โครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ตอน N1 N2 N3 และ E-W Corridor ด้านตะวันออก,โครงการทางพิเศษสายกะทู้-ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต อีกทั้งยังได้วางแผนโครงการทางพิเศษเพื่อรองรับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ และเตรียมพร้อมกับการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจอาเซียนด้วย 
 
โครงการเร่งด่วนที่ต้องเร่งมือ
 
  ทางด่วนสายพระราม3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอก ระยะทาง16.923กม. มูลค่าโครงการ กว่า 3 หมื่นล้านบาท โดยทางคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) ได้ให้ความเห็นชอบ รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้ว ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายที่จะให้นำโครงการทางด่วนสายพระราม3- ดาวคะนอง-วงแหวนฯ เข้าระดมทุนใน กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (TFF) ทั้งนี้ ทางด่วนพระราม3-ดาวคะนอง-วงแหวน ฯ มีความพร้อม โดยแบบรายละเอียดเสร็จแล้ว หากการลงทุนชัดเจนสามารถเริ่มประกวดราคาได้ในปี 2560 คาดเปิดใช้บริการปี 2563 และจะมีรถใช้บริการกว่า 7.2 หมื่นคันต่อวัน
 
โดยโครงการนี้ถือว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนในระดับหนึ่ง เนื่องจากจะช่วยระบายการจราจรของสะพานพระราม9 ในปัจจุบันแล้ว ในอนาคต สะพานพระราม9 มีความจำเป็นต้องได้รับการบูรณะซ่อมแซมครั้งใหญ่ เนื่องจากปัจจุบันมีอายุการใช้งานเกือบ 30 ปี ซึ่งการซ่อมบำรุงที่ผ่านมาทำได้ส่วนหนึ่ง การบูรณะใหญ่เพื่อยืดอายุการใช้งานให้ได้ถึง100 ปีนั้นยังไม่ได้ทำ ดังนั้นอาจมีความจำเป็นต้องปิดการใช้งาน ในขณะที่มีการบูรณะซ่อมแซมใหญ่ ทำให้จำเป็นต้องมีทางด่วนพระราม 3- ดาวคะนอง จึงมีความจำเป็นอย่างมาก