ด้วยเป็นผู้แทนจำหน่ายสินค้าป้องกันอุบัติเหตุทางรถยนต์ยี่ห้อโมบิลอาย ซึ่งตรงกับความประสงค์ของผู้ประกอบการขนส่งทางบกเป็นอย่างมาก ทำให้การเข้าร่วมแสดงในงาน BUS & TRUCK ’16 เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมา ทำให้มียอดขายตรงตามเป้าหมายที่วางไว้ จึงส่งผลให้ขอเข้าร่วมแสดงในงานBUS & TRUCK ’17 ที่มีขึ้นระหว่างวันที่ 2-4 พฤศจิกายน 2560 ด้วยจุดประสงค์ที่จะทำยอดขายเพิ่มขึ้นเหมือนครั้งที่ผ่านมา

คุณเนตรวรา อรรคฮาด ผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัท อาร์ เอ็ม เอ เทรดดิ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ป้องกันอุบัติเหตุยี่ห้อโมบิลอาย ได้เปิดเผยถึงกลยุทธ์การทำตลาด การขายและกลุ่มเป้าหมายให้ฟังอย่างละเอียด เพื่อให้บรรดาสมาชิกได้ทราบความเคลื่อนไหวอย่างละเอียด

โมบิลอายช่วยป้องกันอุบัติเหตุได้ 100%

ในการเข้าร่วมแสดงในงานBUS & TRUCK ’16 ปีที่ผ่านมา ถือได้ว่าเป็นการเปิดตัวครั้งแรกของโมบิลอาย ซึ่งเป็นเทคโนโลยีของสหรัฐอเมริกา และมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่นิยมของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การป้องกันอุบัติเหตุไม่ให้เกิดขึ้นกับยานยนต์ ทางบริษัทฯ จึงมองเห็นว่าเป็นประโยชน์กับผู้ประกอบการขนส่งทางบกเป็นอย่างมาก เพราะจะไม่มีความเสียหายจากอุบัติเหตุที่เกิดจากคนขับอีกต่อไป ทำให้ในงานBUS & TRUCK ’16 สามารถทำยอดขายได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

ด้วยราคาของโมบิลอาย เครื่องละประมาณ 30,000 บาท ใช้เวลาการติดตั้งในรถใหญ่และรถเล็กเพียงแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น ก็สามารถใช้งานได้ทันที โดยรายละเอียดต่าง ๆ นั้น จะมีสัญญาณเตือนขึ้นเมื่อขับรถด้วยความเร็วเกินกว่าที่ได้ตั้งค่าไว้ พร้อมทั้งเมื่อขับรถชิดคันหน้าเกินเวลาที่กำหนดไว้ก็จะมีเสียงเตือนดังให้คนขับได้รู้ตัว และหากทำผิดกฎจราจร ขับออกเลนซ้ายหรือเลนชวาโดยไม่เปิดไฟเลี้ยว ก็จะมีเสียงเตือนให้คนขับได้ทราบว่าทำผิดกฎแล้ว

ดังนั้นผลประโยชน์ที่ตัวเถ้าแก่จะได้รับก็คือ จะไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเมื่อใช้งานรถใหญ่หรือรถเล็กที่ติดโมบิลอายแล้ว ประเด็นที่สองก็คือ รถที่ใช้ในการขนส่งทุกคันจะช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้เป็นอย่างมาก จึงส่งผลให้ต้นทุนของเชื้อเพลิงจะลดลงไปเป็นอย่างมากด้วย

เข้าร่วมในงานBUS & TRUCK ’17

ด้วยเป้าการขายที่ได้จากงานBUS & TRUCK ’16 ซึ่งถือว่าตรงกับเป้าหมายที่ได้วางไว้ ถึงแม้ว่าจำนวนผู้เข้าชมงานจะเป็นเฉพาะกลุ่ม แต่ยอดขายก็มีมากเกินคาด เพราะเป็นกลุ่มผุ้ซื้อโดยแท้จริง ดังนั้นจึงขอประกาศแจ้งให้ทราบกันว่าจะเข้าร่วมแสดงในงานBUS & TRUCK ’17 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 2-4 พฤศจิกายน 2560 ด้วยอย่างแน่นอน พร้อมทั้งมั่นใจว่าจะต้องทำยอดขายได้มากตรงกับเป้าหมายที่ได้วางไว้ เพราะตัวเถ้าแก่เพียงคนเดียวจะสั่งเป็นล็อตใหญ่ตั้งแต่ 10 คันขึ้นไปทีเดียว

วางเป้าขายปี 60 จำนวน 1,200 เครื่อง

ส่วนแผนการตลาดที่วางไว้ในปี 2560 นี้ ได้วางยอดขายไว้ทั้งหมดประมาณ 1,200 เครื่อง เฉลี่ยเดือนละ 100 เครื่อง โดยจะเจาะลูกค้าเป้าหมายใหญ่ที่ซื้อเป็นล็อตเพราะจะทำให้ทั้งบริษัทฯ มีความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น เป็นการส่งเสริมให้พนักงานภายในบริษัทฯ มีความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น งานที่ทำก็จะเป็นไปอย่างต่อเนื่องไม่ขาดตอนเพราะต้องนอนพักรักษา

ส่วนอีกวิธีหนึ่งก็คือ การนำรถใหญ่หรือรถเล็กที่ลูกค้าต้องการติดโมบิลอายมาทำการทดสอบให้เห็นของจริง ไม่ว่าก่อนการติดจะมีผลการใช้งานมาเป็นอย่างไร เทียบกับการติดแล้วผลที่ได้ออกมานั้นก็จะทำให้ลูกค้าได้ดู เพื่อเปรียบเทียบกับราคาโมบิลอายกับต้นทุนที่จะลดลงอย่างเห็นได้ชัด จึงมั่นใจว่าจะต้องทำยอดขายได้ตามที่วางเป้าหมายไว้แน่

รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าเดือนมีนาคมได้ยลโฉม

สินค้าอีกประเภทหนึ่งที่บริษัทฯ ได้เตรียมผลิตออกมาเพื่อให้ประชาชนได้นำไปใช้งาน ซึ่งมีทั้งความปลอดภัยและช่วยประหยัดต้นทุนได้เป็นอย่างมากก็คือ รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า มีสามล้อ และที่นั่งสำหรับ 3 คน ใช้แบตเตอรี่ไฟฟ้าที่ผลิตจากประเทศเยอรมนี มีความทนทานนานกว่า 10 ปี แตกต่างจากยี่ห้ออื่นที่ผลิตจากประเทศจีนในเรื่องอายุการใช้งาน สามารถวิ่งใช้งานได้มากกว่า 70 กิโลเมตร และมีอัตราความเร็วประมาณ 45 กิโลเมตร/ชั่วโมง เสียบปลั๊กไฟฟ้าเพียงแค่ 2 ชั่วโมง แบตเตอรี่ก็เต็มแล้ว ส่วนกลุ่มเป้าหมายก็คือ สนามกอล์ฟ รีสอร์ท โรงแรม หมู่บ้าน คอนโดมิเนียม เป็นต้น คาดว่าจะเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในเดือนมีนาคม 2560 นี้

นอกจากนี้ ก็ยังมีรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าอีก 3 แบบ ที่จะผลิตเพิ่มออกมาอีก ไม่ว่าจะเป็นรถตุ๊กตุ๊กแบบ 5 ที่นั่ง รถตุ๊กตุ๊กขนของ และรถตุ๊กตุ๊กติดแอร์ ซึ่งจะทยอยออกมาเปิดตัวในตลาดต่อไป และในปี 2561 เมื่อเศรษฐกิจได้ฟื้นตัวอย่างเต็มที่แล้ว ก็จะทำตลาดอย่างเต็มตัว

ด้วยทางบริษัท อา เอ็ม เอ เทรดดิ้ง จำกัด เป็นบริษัทฯ ที่เน้นทำสินค้าที่ช่วยป้องกันอุบัติเหตุและลดต้นทุนในการใช้เชื้อเพลิง ซึ่งส่งผลดีให้กับธุรกิจต่าง ๆ อย่างมากมาย จึงได้รับการตอบสนองในด้านดีเป็นอย่างมาก ทำให้ในอนาคตต่อไปทั้งโมบิลอายและรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยทั้งป้องกันอุบัติเหตุไม่ให้เกิดขึ้น และลดการใช้เชื้อเพลิงในการขนส่งได้เป็นอย่างมากอีกด้วย