ขนส่งอีสานสุดอั้น! ขอขึ้นค่าขนส่งสินค้า 5% เหตุราคาน้ำมันพุ่งทะลุ 30 บาท แต่ยังยอมขาดทุนเพราะต้นทุนที่แท้จริงควรปรับขึ้น 10% เตรียมยื่นขอความช่วยเหลือภาครัฐอีกครั้ง 10 มิ.. 61 เผยหากถูกปฏิเสธพร้อมเดินหน้ามาตรการกดดันด้วยการหยุดวิ่งรถทั่วประเทศ

คุณพีระพล บุญชิณวงศ์ นายกสมาคมขนส่งสินค้าภาคอีสาน และประธานกรรมการ บริษัท อุบลแสงทอง โลจิสติกส์ จำกัด เปิดเผยว่า สมาคมฯ มีผู้ประกอบการ จำนวนกว่า 900 ราย และรถบรรทุกสินค้ามากกว่า 30,000 คัน และมีที่ยังไม่ได้ร่วมอีกกว่า 400 ราย รถบรรทุกอีกกว่า 500 คัน เมื่อราคาน้ำมันดีเซลขึ้นราคาทะลุ 30บาทแล้ว เราก็จำเป็นที่จะต้องขอปรับขึ้นราคาค่าขนส่งสินค้าเพิ่ม 5% ก่อนในเบื้องต้น แต่ยืนยันว่าความเป็นจริงเราต้องปรับ 10% ถึงจะอยู่รอด แต่เราไม่ต้องการให้ประชาชนเดือดร้อนหรือไปซ้ำเติมประชาชน และถ้าขอเรียกร้องตรงนี้ไม่ได้ก็จำเป็นต้องมีมาตรการกดดันตามมาคือ คงต้องมีการหยุดวิ่งให้บริการในบางส่วนประมาณครึ่งหนึ่งขอรถบรรทุกทั้งประเทศ เพราะยิ่งวิ่งก็ยิ่งขาดทุน

ยืนยันว่าเราได้รับผลกระทบมาก เพราะต้นทุนสูง น้ำมันขึ้นราคาทุกอย่างต้องปรับขึ้นราคาตามเป็นลูกโซ่ก็ย่อมป็นธรรมดาที่ต้องเดือดร้อนไปหมดทุกหย่อมหญ้า ซึ่งเมื่อช่วงเดือนพ.. 2561 ที่ผ่านมา ทางสมาคมฯ ได้ปรึกษาหารือกับทางสหพันธ์การขนส่งสินค้าแห่งประเทศไทย ที่มีสมาชิกทั้งประเทศกว่า 1 แสนคัน เห็นพ้องตรงกันว่าขอปรับราคาขึ้น 5% แม้ว่าจะไม่เพียงพอก็ตาม ซึ่งข้อเท็จจริงปัจจุบันต้องปรับไปถึง 10% แต่เราเห็นว่าถ้าพรวดพลาดขึ้น 10% จะทำให้ประชาชนเดือดร้อนมากกว่านี้” 

ทั้งนี้ มาตรการที่เราขอไปถ้าภาครัฐไม่ดูแล หรือทางกระทรวงคมนาคมไม่ช่วยเหลือผู้ประกอบการ ถ้าวิ่งรถแล้วขาดทุนเราก็จำเป็นจะต้องหยุดบริการวิ่งรถบรรทุกและหยุดบริการรับส่งสินค้าทุกประเภท เพราะถ้ายังขืนวิ่งต่อไปก็จะต้องมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น อย่างน้ำมันขึ้นราคาสินค้าอย่างอื่นเกี่ยวกับน้ำมันทุกประเภทจำพวกน้ำมันเหลวหรือน้ำมันหล่อลื่นทุกชนิด เช่น น้ำมันเครื่อง, น้ำมันเกียร์, น้ำมันเฟืองทองท้าย, น้ำมันเบรค, จารบีอัดลูกหมาก, น้ำมันไฮดรอลิก, น้ำมันก๊าซ แม้แต่น้ำมันพืช, ยางรถยนต์ เป็นต้น ก็ต้องขึ้นราคา ซึ่งทุกอย่างเป็นต้นทุนหมด แล้วน้ำมันดีเซลที่ทะลุ 30 บาทต่อลิตรนั้น ทำให้ต้นทุนสูงมากจริง ๆ และทางผู้ประกอบการขนส่งก็ไม่เคยปรับค่าขนส่งมานานถึง 10 ปีแล้ว

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ ทางสหพันธ์การขนส่งฯ ได้ยื่นหนังสือข้อเรียกร้องให้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมไปแล้ว ถ้าไม่เห็นผลอย่างไร ประมาณวันที่ 10 มิ.. 2561 มาตรการกดดันจะดีเดย์พร้อมกันทั่วประเทศ เช่น หยุดวิ่งรถจอดรถในจุดต่าง ๆ ของแต่ละจังหวัด โดยยืนยันว่า จะไม่ให้ส่งผลกระทบหรือสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเด็ดขาด ไม่มีการปิดถนน หรือเคลื่อนขบวนรถรถบรรทุกเจ้ากรุงเทพฯ หรือลานพระบรมรูปทรงม้าอย่างแน่นอน เราจะไม่ทำเช่นนั้น แต่อาจจะจอดรถข้างถนนในจุดที่ไม่เกิดอันตรายบนท้องถนน

ขณะนี้เราต้องการให้ภาครัฐหามาตรการดูแลช่วยพยุงอย่างเร่งด่วนไม่ให้ขึ้นมากไปกว่านี้และช่วยหามาตรการชดเชยในส่วนกองทุนน้ำมัน หรือภาษีสรรพสามิตในการลดต้นทุนไม่ให้ราคาน้ำมันเกิน 30 บาทต่อลิตรให้ได้  ส่วนมาตรการหยุดวิ่งรถนั้น ต้องมองว่าราคาน้ำมันจะขึ้นไปเท่าไหร่ก่อน ถ้าขึ้นมากก็ต้องหยุดวิ่งรถมาก เมื่อต้นทุนสูงเราขาดทุนมากเราก็อยู่ไม่ได้ ในส่วนของสมาคมฯ จะหยุดวิ่งครึ่งหนึ่งก่อน หรือประมาณ 15,000 คัน แต่ขอยืนยันว่าจะไม่มีการปิดถนนเด็ดขาดอย่างแน่นอน และจะไม่ให้สังคมหรือประชาชนเดือดร้อนด้วย อย่างไรก็ตาม เราก็ใจกว้างพอ ถ้าราคาน้ำมันปรับลดราคาลงเราก็จะปรับราคาค่าขนส่งลงให้ตามตามเป็นจริงเช่นเดียวกัน เราทำอาชีพนี้จะไม่ยอมเอารัดอาเปรียบสังคมเด็ดขาด เรายินดีและเต็มใจปรับลดราคาค่าขนส่งเช่นกัน”

Advertisement