ด้วยทางผู้บริหารของรัฐบาลที่ดูแลด้านคนมนาคมได้ทำการติดต่อไปยังคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และบริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. ด้วยการเร่งให้นำรถโดยสารไฟฟ้ามาใช้งานเป็นรถเมล์ และรถบัสประจำทาง โดยให้เริ่มทดลองในจำนวนที่ไม่มากเกินไป เพื่อทดสอบถึงสมรรถนะและดูว่าจะสามารถลดค่าใช้จ่ายในด้านพลังงานได้มากน้อยเพียงไร และจะมีความคุ้มค่าในการลงทุนหรือไม่

และตรงนี้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่จำเป็นต้องนำแผนการวิจัยและศึกษาของรถโดยสารไฟฟ้าฉบับเดิมมาพิจารณาใหม่ เพราะจะเป็นการเป็นการเสียเวลา และให้นำรถโดยสารไฟฟ้ามาให้บริการจริงเลย เพราะจะทำให้ได้ข้อมูลของจริงมราจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อผู้โดยสารในเมืองไทย

คมนาคมเร่งทดลองรถเมล์ไฟฟ้า

คุณธีระพงษ์ รอดประเสริฐ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า เมื่อช่วงปลายปี 2560 ที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคมได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ว่าด้วยการสาธิตและประเมินผลการใช้งานรถโดยสารไฟฟ้า (อีวี) นำร่องในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ระหว่าง ขสมก.กับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยมีแผนว่า ภายในปี 2566 รถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 10 เส้นทาง จะเปิดให้บริการประชาชน ดังนั้น ขสมก. จึงต้องปรับบทบาทให้เป็นระบบขนส่งที่จะป้อนผู้โดยสารเชื่อมต่อระบบรถไฟฟ้า ขณะที่กรุงเทพฯ อยู่ระหว่างพัฒนาให้เป็นเมืองอัจฉริยะ (สมาร์ตซิตี้) โดย ขสมก. จะต้องนำรถโดยสารพลังงานสะอาดมาใช้เพื่อเร่งลดมลพิษ

ขสมก. ขานรับนำร่องรถเมล์ไฟฟ้า

คุณประยูร ช่วยแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถองค์การ รักษาการผู้อำนวยการ ขสมก. กล่าวว่า ขสมก. ร่วมกับ มจธ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำรถโดยสารไฟฟ้าของบริษัท Edison Motor จำกัด ประเทศเกาหลีใต้ จำนวน 1 คัน มาทดลองวิ่งในเส้นทางเดินรถของ ขสมก. 6 เส้นทาง ได้แก่ สาย 140 แสมดำอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (ทางด่วน), สาย 141 แสมดำจุฬาฯ (ทางด่วน), สาย 138 ท่าน้ำพระประแดงหมอชิต (ทางด่วน), สาย 76 แสมดำประตูน้ำ, สาย 37 แจงร้อนมหานาค และสาย 20 ป้อมพระจุลจอมเกล้าฯท่าน้ำดินแดง

เบื้องต้นจะทดลองวิ่งตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2561 เป็นเวลา 1 ปี เส้นทางละ 2 เดือน เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของรถโดยสาร และศึกษาข้อมูลการใช้พลังงาน ซึ่งจะนำมาใช้ประกอบการพิจารณาจัดหารถเมล์ไฟฟ้าในอนาคตต่อไป สำหรับเส้นทางที่จะนำมารถมาทดลองวิ่งนั้น มีทั้งวิ่งขึ้นทางด่วน และวิ่งพื้นราบอย่างเดียว โดยเน้นให้มีเส้นทางที่ต้องเดินรถขึ้นสะพานพระราม 9 ซึ่งเป็นสะพานสูงที่สุดด้วย เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าเมื่อบรรทุกผู้โดยสารเต็มคันรถจะไม่เกิดปัญหา ทั้งนี้ รถเมล์ไฟฟ้าที่นำมาทดลองนั้น มีน้ำหนักเบา และมีความแข็งแรงสูง มีที่นั่งประมาณ 30 ที่นั่ง ยืนได้ประมาณ 30 คน รวมแล้วประมาณ 60 คน เมื่อชาร์ตไฟฟ้า 1 ครั้งจะเดินรถได้ประมาณ 200 กิโลเมตร สำหรับสถานีประจุไฟฟ้าจะติดตั้งอยู่ที่เขตการเดินรถที่ 5 (อู่แสมดำ)

สำหรับแผนการจัดหารถเมล์ไฟฟ้านั้น อยู่ระหว่างทบทวนแผนใหม่ เนื่องจากเดิมตั้งเป้าจะซื้อ 200 คัน แต่หลังจากพิจารณาความพร้อม รายละเอียดทางเทคนิคและความคุ้มค่าแล้ว เห็นควรให้ปรับการจัดหาเหลือเพียง 35 คัน เท่านั้น ขณะที่การจัดหาครั้งเดียว 200 คัน จะใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูงด้วย ทั้งนี้คาดว่าจะสามารถเสนอแผนการจัดหารถเมล์ รวมทั้งแผนฟื้นฟูให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาได้ภายในเร็ว ๆ นี้ ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป

บอร์ด บขส. เล็งใช้มินิบัสไฟฟ้า

แหล่งข่าวในวงการรถโดยสาร เปิดเผยว่า เมื่อผู้ใหญ่ของ บขส. ได้รับทราบแนวความคิดของรัฐบาลในเรื่องรถโดยสารไฟฟ้าที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนจึงได้เกิดความคิดที่จะนำรถโดยสารไฟฟ้ามาวิ่งงานเป็นรถมินิบัสประจำทางเป็นอันดับแรกก่อน ซึ่งจะวิ่งในรัศมี 260 ตารางกิโลเมตรรอบกรุงเทพฯ ด้วยสาเหตุที่มาตรฐานของแบตเตอรี่ไฟฟ้าจะสามารถวิ่งใช้งานได้ประมาณ 280 กม. จึงต้องเผื่อไว้หากการจราจรติดขัด

ส่วนการจัดประมูลหรือประสานงานกับค่ายรถโดยสารไฟฟ้า ไม่ว่าจะมาจากประเทศไหนก็ตามต้องทำการวางแผนให้รอบครอบอีกครั้งหนึ่งก่อน หลังจากนั้นเมื่อทางรัฐบาลที่รับผิดชอบในเรื่องรถโดยสารไฟฟ้าเป็นหลักได้สั่งการออกมาหลังจากที่แผนการณ์ได้วางไว้หมดแล้ว ทาง บขส. ก็จะได้ดำเนินการตามแผนได้ทันที

รถโดยสารไฟฟ้ากำลังบูม

ทั้งนี้ จากการศึกษา พบว่า รถโดยสารไฟฟ้าจะมีต้นทุนแบตเตอรี่ที่ถูกลงตั้งแต่ปี 2569 และการสนับสนุนเรื่องสิ่งแวดล้อมจากรัฐบาลประเทศต่าง ๆ จะทำให้ผู้ประกอบการรถบัสหันมาใช้รถบัสไฟฟ้ามากขึ้นจากเดิมที่เคยใช้รถบัสเครื่องดีเซล และติดซ๊าซธรรมชาติ CNG มาก่อนหน้านี้

นอกจากนี้ ค่าซ่อมบำรุงก็จะมีต้นทุนที่ต่ำกว่าทั้งดีเซล และ CNG ประกอบกับอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่น้อยกว่าอย่างชัดเจน ก็ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายจากทั่วโลกหันมาใช้รถบัสไฟฟ้ามากขึ้นเช่นกัน โดยในปี 2560 มีรถบัสไฟฟ้าถูกจำหน่ายในตลาดแค่ 2.86 แสนคัน แต่จะเพิ่มเป็น 1.2 ล้านคันในปี 2568 เลยทีเดียว

รถบัสแดนมังกรผู้เล่นรายใหญ่

ด้วยกำลังการผลิตที่มหาศาล ประกอบกับต้นทุนด้านคนที่ต่ำกว่า ทำให้ประเทศจีนน่าจะเป็นเบอร์หนึ่งในการผลิตรถบัสไฟฟ้าหลังจากนี้ไป โดยเฉพาะบริษัท BYD ที่ปัจจุบันเป็นเบอร์หนึ่งเรื่องการขายรถยนต์ไฟฟ้าผ่านยอดกว่า 1.28 แสนคันในปี 2560 จาก 200 ประเทศทั่วโลก และเป็นหนึ่งในบริษัทที่ Warren Buffet เข้าไปลงทุนอีกด้วย โดยทางแบรนด์ BYD ได้เข้าไปทำตลาดรถบัสไฟฟ้าทั้งในสหราชอาณาจักร และไต้หวัน โดยเป็นพาร์ทเนอร์ด้านผู้ผลิตรถบัสไฟฟ้าให้กับบริษัทขนส่งสาธารณะ ซึ่งทำได้ค่อนข้างดี เพราะตอบโจทย์กับทุกรัฐบาลที่ต่างต้องการสนับสนุนเรื่องพลังงานสะอาด และน่าจะทำตลาดไปถึงระบบขนส่งสาธารณะได้มากกว่าแค่ฝั่งเอกชนร่วมบริการด้วย

ค่ายยู่ทง เสนอรถไฟฟ้าราคาถูก

คุณประสพสุข เสาร์เรือน ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไทยอีวี จำกัด ตัวแทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) รถโดยสารยู่ทง ประเทศจีน เปิดเผยว่า สำหรับรถโดยสารยู่ทง นั้น ถือว่าเป็นรถโดยสารยี่ห้อหลักที่ทางรัฐบาลของประเทศจีนได้เลือกให้เป็นรถโดยสารประจำทางวิ่งในเมือง และที่สำคัญยังมีรถโดยสารไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศจีนและส่งออกไปยังต่างประเทศ เช่น ประเทศออสเตรเลีย เป็นต้น จึงเป็นการการันตีให้เห็นว่า รถโดยสารยู่ทง มีมาตรฐานในด้านพลังงานไฟฟ้าเป็นอย่างดี

การนำเข้ารถโดยสารไฟฟ้ามาวิ่งในเมืองไทยนั้น มีราคาที่สูงมาก ซึ่งถือว่าแพงเกินความจำเป็น ทั้งนี้เป็นเพราะกลุ่มธุรกิจที่เสนอรถไฟฟ้าเข้ามาได้ทำธุรกิจแบตเตอรี่ไฟฟ้าด้วย จึงทำให้รถโดยสารไฟฟ้ามีแบตเตอรี่เป็นส่วนประกอบในตัวรถมากเกินความจำเป็น ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วจำนวนการใช้งานที่เหมาะสมคือวิ่งประมาณ 260 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น จึงใช้แบตเตอรี่ไฟฟ้าเพียงแค่ 2 ลูกก็เพียงพอ แต่สิ่งที่เสนอมาคือแบตเตอรี่ 8 ลูก เพื่อวิ่งใช้งานได้ 8 ชั่วโมง ซึ่งถือว่า ไม่มีความจำเป็นเลยราคาจำหน่ายจึงสูงเกินไป”

ทั้งนี้ ทางค่ายยู่ทง มีรถโดยสารไฟฟ้าที่ผลิตจากโรงงาน ซึ่งมีหลายสเปคให้เลือกใช้งานตามความต้องการ จึงได้เตรียมสเปคเสนอให้กับทาง ขสมก. และ บขส. ที่จะมีแบตเตอรี่ไฟฟ้าเพียงแค่ 2-3 ลูกเท่านั้น ทั้งนี้ เพราะการใช้งานจริงจะวิ่งเพียงแค่ประมาณ 260 กม.ต่อวันเท่านั้น หากแบตเตอรี่หมดก็ใช้เวลาชาร์จเพียงแค่ 2 ชม. ก็สามารถนำรถโดยสารมาวิ่งได้อีก ด้วยเหตุนี้เองราคาจำหน่ายจึงถือว่าสมเหตุสมผลมากที่สุด

สำหรับโรงงานที่ผลิตรถโดยสารยู่ทง ที่ประเทศจีน เน้นหนักไปที่พวงมาลัยซ้าย แต่ก็มีล็อตใหญ่ที่ผลิตเป็นพวงมาลัยขวา เพื่อส่งออกไปยังประเทศออสเตรเลีย ซึ่งหากทาง ขสมก. และ บขส. ได้ตกลงที่จะเลือกใช้รถโดยสารยู่ทง ทางบริษัทฯ ก็จะสั่งรถโดยสารไฟฟ้าที่ได้รับออเดอร์มาร่วมไปกับประเทศออสเตรเลีย จึงส่งผลให้ระยะเวลาที่จะรับรถรวดเร็วขึ้นเป็นอย่างมาก ซึ่งจะทันตามแผนที่ทางรัฐบาลได้เตรียมไว้แน่

ค่ายโฟตอน รุกตลาดรถไฟฟ้า

คุณ LUO YU JIA ผู้จัดการฝ่ายการตลาดแห่งประเทศไทย บริษัท โฟตอน มอเตอร์ จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถโดยสารโฟตอน ประเทศจีน เปิดเผยว่า หลังจากที่ทางบริษัทฯ ได้เข้ามาทำตลาดในเมืองไทยได้ไม่ถึงปี ปรากฎว่า ได้รับการยอมรับจากกลุ่มลูกค้าเป็นอย่างมาก ส่งผลให้ยอดขายในครึ่งปีแรกของปี 2561 นี้ สามารถขายได้ถึง 100 คันทีเดียว

ด้วยขนาดของรถโดยสาร เครื่องยนต์ดีเซล ที่บริษัทฯ จำหน่ายอยู่ในปัจจุบันนี้ มีทั้งขนาด 9 เมตร 10 เมตร และ 12 เมตร ซึ่งเป็นขนาดที่กลุ่มลูกค้ามีความต้องการสูงสุด เพราะขนาด 9 เมตร ตามสนามบินนานาชาติแทบทุกจังหวัดของไทยต่างเริ่มนิยมใช้ เพราะช่วยให้สภาพการจราจรตามตัวเมืองคล่องตัวขึ้น ส่วนขนาด 10 เมตรนั้น ผู้โดยสารที่เป็นชาวจีน ต่างนิยมเลือกใช้ เพราะกลุ่มท่องเที่วจะเป็นจำนวนที่พอดีและไม่มากหรือน้อยเกินไป จึงสามารถควบคุมเวลาการเดินทางได้ง่าย และขนาด 12 เมตรนั้น เป็นขนาดที่รถทัวร์ทั้งประจำทาง และรถทัวร์ 30 ต่างนิยมใช้ เพราะสามารถบรรทุกผู้โดยสารได้เป็นจำนวนมากและช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากด้วย

ส่วนกระแสข่าวที่ว่าทั้งทาง ขสมก. และ บขส. ต่างได้เริ่มมองหารถโดยสารไฟฟ้าที่มีคุณภาพตรงกับความต้องการ และจะนำไปเป็นรถเมล์ไฟฟ้า และรถบัสไฟฟ้าประจำทางนั้น ทางบริษัทฯ ก็มีความพร้อม เพราะโรงงานที่ประเทศจีนก็ทำการประกอบรถโดยสารไฟฟ้าออกมาจำหน่ายอยู่แล้ว ดังนั้น หากกลุ่มลูกค้าต้องการเมื่อใด ทางบริษัทฯ ก็พร้อมที่จะนำมาเสนอให้ทันที

BYD เดินหน้ารถไฟฟ้า 100%

คุณวรรัตน์ ภักดีประพฤทธิ์พฤติ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท ไรเซน เอนเนอร์จี จำกัด ตัวแทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) รถไฟฟ้า BYD ประเทศจีน กล่าวว่า บริษัทฯ มีรถโดยสารไฟฟ้า BYD รุ่น C6 ซึ่งเป็นรถไฟฟ้า 100% และได้เปิดตัวเมื่อช่วงเดือนเมษายน 2561 ที่ผ่านมา โดยมีผู้สนใจเป็นจำนวนมากทีเดียว แต่ก็ต้องรอความชัดเจนจากทางภาครัฐบาลก่อนว่า จะสนับสนุนเรื่องรถโดยสารไฟฟ้ามากน้อยเพียงไร เพราะมีราคาค่อนข้างสูง เนื่องจากมีความจำเป็นต้องใช้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ในการขับเคลื่อนพลังงาน

ส่วนการทำตลาดนั้น จะต้องเน้นการใช้บริการแบบ VIP มากกว่า ยังไม่ได้เน้นขายตลาดทั่วไป เพราะช่วงแรกจะมีไม่กี่ปัจจัยที่จะทำให้รถโดยสารไฟฟ้าไปได้ ข้อแรก ๆ ก็คือ ถ้าภาคเอกชนสนใจจริง ๆ อาจจะมีการลงทุนเรื่องรถโดยสารไฟฟ้า เพราะถ้าหากมองในระยะยาว ผู้ประกอบการจะมีความคุ้มทุนในระดับหนึ่ง เพราะมีครบทั้งในเรื่องของความประหยัดค่าเชื้อเพลิง การสึกหรอ และ การบำรุงรักษาที่ลดลง ที่สำคัญจะได้ภาพลักษณ์เรื่องการรักษาสภาพแวดล้อมด้วย ส่วนผู้ที่สนใจอาจจะเป็นธุรกิจโรงแรม หรือธุรกิจนำเที่ยว หรือในส่วนของราชการ

สหพันธ์รถเมล์ฯ เสนอรถไฟฟ้าทางเลือก

คุณบรรยงค์ อัมพรตระกูล ประธานสหพันธ์รถเมล์ กทมและปริมณฑล กล่าวว่า ทางสหะนธ์รถเมล์ฯ เตรียมเสนอท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมาคม (คุณอาคม เติมพิทยาไพสิฐ) ให้พิจารณารถเมล์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศไทยเป็นทางเลือก เพราะมีราคาเพียงแค่ 3 ล้านบาทเท่านั้น ไม่มีแบตเตอรี่ลูกละ 1 ล้านบาทเหมือนบางยี่ห้อ

ด้วยรถเมล์ไฟฟ้าคันนี้ ได้มีการใช้งานมานานหลายปีแล้ว อย่างรถเมล์ที่วิ่งภายในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็มีผู้นำรถเมล์ไฟฟ้ามาวิ่งให้บริการนักศึกษาภายในมหาวิทยาลัย โดยคิดค่าบริการตลอดสายเพียงแค่ 5 บาทเท่านั้น สาเหตุที่คิดค่าโดยสารต่ำเพียงเท่านี้ก็เป็นเพราะรถเมล์ไฟฟ้าคันนี้ ได้นำแบตเตอรี่หลายสิบลูกมารวมกันให้พลังงานขับเคลื่อนด้วยความเร็วที่เท่ากับรถโดยสารที่ใช้น้ำมัน แต่มีต้นทุนที่ต่ำมาก ค่าโดยสารจึงคิดเพียงแค่ 5 บาทก็พอแล้ว

เมื่อเปรียบเทียบมาตรฐานรถเมล์ไฟฟ้าคันละ 3 ล้านบาท กับรถเมล์คันเก่าของ ขสมก. ที่ใช้งานไม่ได้มากกว่า 1,500 คัน ถือว่าคุ้มค่ามาก ๆ และถ้าหากนำรถเก่าที่วิ่งไม่ได้มาขายเป็นเศษเหล็กก็น่าที่จะได้รถเมล์ไฟฟ้าราคา 3 ล้านบาทหลายสิบคันทีเดียว แถมมีอายุการใช้งานนานกว่า 20 ปีทีเดียว จึงอยากเสนอให้กับภาครัฐนำไปพิจารณาด้วย

โดย…กองบรรณาธิการข่าว BUS & TRUCK

Advertisement