เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา คุณอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้เกียรติสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย (สปข.) เข้าร่วมประชุมหารือในหัวข้อเรื่อง อนาคตรถโดยสาร 2 ชั้นประเทศไทยพร้อมด้วย คุณธีระพงษ์ รอดประเสริฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และคณะทำงานจากกรมการขนส่งทางบก เข้าร่วมประชุมด้วย ในโอกาสนี้ทางท่านรัฐมนตรีได้เปิดโอกาสให้ทีมคณะกรรมการสมาคม นำเสนอปัญหาตลอดจนแนวทางแก้ไขอย่างเต็มที่ 

คุณทนงพันธ์ สุทธิพงษ์ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย (สปข.) เปิดเผยว่า การเกิดอุบัติเหตุของรถโดยสาร 2 ชั้นที่ผ่านมา ปัจจัยสำคัญมาจากพนักงานขับรถ ได้มีการยกตัวอย่างกรณีอุบัติเหตุที่ อ.แม่สอด ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทางผู้ประกอบการได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในการปฏิบัติตามกฎระเบียบต่าง ๆ เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารมาตลอด แต่ปัญหาเรื่องบุคคลากร ทางภาครัฐยังไม่สนับสนุนมากพอ 

ด้าน ดร.วสุเชษฐ์ โสภณเสถียร ที่ปรึกษาสมาคมฯ และหัวหน้าคณะทำงาน กล่าวว่า สมาคมฯ และหน่วยงานภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงคมนาคมและกรมการขนส่งทางบก เรามีเป้าหมายเดียวกัน คือ ประชาชนต้องเดินทางด้วยความปลอดภัย ปัจจุบันมีรถโดยสารเพื่อการท่องเที่ยวในระบบประมาณกว่า 10,000 คัน เรามีการแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกันตลอด โดยเฉพาะเรื่องของการติดตั้ง GPS สมาคมฯ เป็นผู้นำเสนอหน่วยงานภาครัฐให้นำมาบังคับใช้ โดยจะต้องป้องกันก่อนเกิดอุบัติเหตุ ไม่ใช่ติดตั้ง GPS เพื่อเรียกใบสั่ง เพราะนั้นหมายความว่าอุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นแล้ว สมาคมมีการนำเสนอเรื่องของ Speed Limit การแจ้งเตือนหากมีความเร็วเกินกำหนด ซึ่งเรื่องนี้นับเป็นเรื่องที่เกิดประโยชน์ต่อผู้โดยสาร 

ในส่วนของรถโดยสาร 2 ชั้นนั้นปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 5,000 – 7,000 คัน ผู้ประกอบการมีการปรับปรุงสภาพรถ รวมถึงการทดสอบลาดเอียง ตามที่กรมการขนส่งทางบกแจ้ง แต่ปัญหาตอนนี้ คือรถที่อยู่ในระหว่างการประกอบ กำลังเกิดสุญญากาศ หาทางออกไม่ได้ เป็นปัญหาที่ทางสมาคมฯ จะต้องขอเข้าหารือ ว่าจะมีกฎเกณฑ์อย่างไรที่ผู้ประกอบการสามารถอยู่ได้ บนความเป็นไปได้ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน เพราะหากจะมีการปรับเป็นรถชั้นเดียว ต้องใช้งบประมาณเฉลี่ยคันละ 1,500,000 บาท สิ่งสำคัญคือ อู่ต่อตัวถังในประเทศไทย ไม่สามารถรองรับได้ ตามระยะเวลาที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด 

และสิ่งที่อยากฝากถึงคือ การขอใบอนุญาตประกอบการ อยากให้ภาครัฐ เข้มงวดมากขึ้น และอยากนำเสนอให้สมาคมฯ เข้าไปมีส่วนร่วมในการขอใบอนุญาต เพื่อป้องกันทุนต่างชาติเข้ามาครองตลาด ซึ่งอาจจะเกิดปัญหาเช่นในอดีตที่ผ่านมา 

ด้าน คุณสุริยะ แกล้วทนงค์ กรรมการสมาคมฯ นำเสนอเพิ่มเติมว่า ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการลงทุนมหาศาลตามนโยบายภาครัฐ ที่มีการประกาศออกมา แต่อุบัติเหตุยังคงเกิดขึ้นทุกปี นั่นหมายความว่า เรายังแก้ปัญหาไม่ถูกจุด ถ้าหากมีการยกเลิกรถโดยสาร 2 ชั้น ท่านจะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะไม่เกิดอุบัติเหตุกับรถชั้นเดียวอีก ซึ่งมันจะเป็นเพียงแต่เปลี่ยนอุบัติเหตุมาจากรถโดยสาร 2 ชั้นมาเป็นชั้นเดียว ดังนั้นในระยะเวลาช่วงนี้อยากให้ผู้ที่มีรถโดยสาร 2 ชั้นได้มีโอกาสนำรถออกมาทำมาหากินเท่านั้น 

ขณะที่ คุณอาคม กล่าวว่า เมื่อเกิดอุบัติเหตุทุกครั้ง สิ่งที่นำมาคำนวณหาสาเหตุคือ ถนน คน รถ แต่ผมจะเพิ่มเรื่องของสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ในพื้นที่เข้าไป การตัดต้นไม้เพื่อเปิดทางให้ทัศนวิสัยดีขึ้น เป็นต้น ทางหน่วยงานจะไม่ได้พุ่งเป้าไปที่คนก่อน เพราะเราต้องดูแลในส่วนที่รับผิดชอบ การซ่อมแซมถนน เข้มงวดเรื่องของอุปกรณ์ส่วนควบที่มีการบังคับใช้ รถที่เกิดเหตุหลายรายไม่เข้ารับการตรวจสภาพตามที่กำหนด บางรายมีการตัดสัญญาณ GPS ปัญหาเหล่านี้ผู้ประกอบการอาจจะต้องช่วยกำชับดูแล

ในส่วนของอนาคตนั้น แน่นอนอยากให้ผู้ประกอบและประชาชนได้ใช้รถใหม่ อีกอย่างจะมีรถไฟความเร็วสูง รถไฟรางคู่เข้ามา ถามว่ารถโดยสารยังคงมีผู้ใช้หรือไม่ คำตอบคือมี แต่แน่นอนว่าผู้ประกอบการต้องเตรียมปรับตัว ในส่วนของแนวทางเรื่องรถโดยสาร 2 ชั้นนั้น ทางกระทรวงคมนาคมและกรมการขนส่งฯ รับปากจะเข้าไปดูแล โดยจะเริ่มจากการประชาสัมพันธ์สร้างความมั่นใจถึงความปลอดภัย มุ่งเน้นไปในทิศทางเดียวกันคือความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 

โดย…สวนเลน