พงศ์ศิริ อิมพอร์ท แอนด์ ทัวร์ น้องใหม่มาแรงในวงการรถโดยสารจาก จ.สระบุรี แจ้งเกิดด้วยมาตรฐานบริการระดับเฟิร์สคลาส ด้วยความสามารถและวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของ คุณพงศ์ศิริ ต้นแก้ว หรือเฮียอ๊อด ห้องเย็น ผู้ก่อตั้งอาณาจักรของพงศ์ศิริ

เริ่มต้นจากรถบรรทุก

ในปี 2519 ดำเนินธุรกิจวิ่งรถบรรทุกวัวควาย โดยมีรถ 4 ล้อเพียงคันเดียว ต่อมาขยับขยายเป็น 6 ล้อ และ10 ล้อวิ่งหิน ดิน ทราย จนมีรถพ่วงถึง 16 พ่วง และมีธุรกิจบ่อทรายควบคู่ไปด้วย จนกระทั่งช่วงเศรษฐกิจฟองสบู่ ซึ่งถือว่าแย่มากๆ ทุกอย่างที่ทำมาล้มลงหมด เรียกว่าไม่เหลืออะไรเลย จนย้ายมาอยู่ที่ทับกวาง ประมาณปี พ.ศ.2544 ได้เริ่มธุรกิจนำเข้าเครื่องในวัวโดยจากมาเลเซีย ซึ่งธุรกิจประเภทการนำเข้าเครื่องในสัตว์นี้เราถือเป็นรายแรกก็ว่าได้

ต่อมาได้ขยายธุรกิจด้วยการนำเข้าเอง โดยติดต่อกับผู้ส่งออกจากอาร์เจนตินา นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย กรมปศุสัตว์ และสถานทูต โดยตรง ใช้เวลาเกือบ 2 ปีกว่าจะนำเข้ามาเองได้ ช่วงแรกสินค้าขายไม่ดีนัก เพราะยังมีปัญหาการนำเข้าโดยผิดกฎหมายจากชายแดน จนปี พ.ศ.2548 ของผิดกฎหมายเริ่มหมด ทำให้เราเกิดในตลาดได้อย่างเต็มตัว

จุดเริ่มต้นกับวงการรถบัส

จากความเชื่อที่ว่าการทำธุรกิจเกี่ยวกับการค้าซากสัตว์ ต้องมีการทำบุญบ้าง ถ้าไม่ทำบุญมันจะมีอันเป็นไปเรื่อยๆ “เราทำบุญมาโดยตลอด จนพบปัญหาว่าเวลาเราจะเช่ารถไปทำบุญไปทอดกฐินเป็นประจำทุกปีจะหารถยากมาก เพราะเป็นช่วงเทศกาล ใจจริงไม่ได้คิดจะเล่น เรารู้ว่าเล่นรถมันเหนื่อย เพราะเคยมีประสบการณ์จากรถบรรทุกมาแล้ว”

ช่วงที่เริ่มทำรถตั้งใจจะทำ 1-2 คัน ไว้ให้ลูกชาย แต่ถ้าทำแล้วต้องทำให้ดีที่สุด ถ้าไม่ทำก็คือไม่ทำเลย จุดประสงค์แรกคือทำไว้ใช้เองจริงๆ งานอะไรก็ช่างขอให้เป็นงานบุญ ใครจะไปทำบุญที่ไหนขอให้บอก ขอแค่ค่าน้ำมันกับค่าเบี้ยเลี้ยงคนขับเท่านั้นเราไปได้เลย

แจ้งเกิดกับทีมงานสมบูรณ์ทรัพย์

เราอยู่ในทีมงานสมบูรณ์ทรัพย์ของเสี่ยอ้วน สระบุรี  ตั้งแต่รถคันแรกที่ออกมาในปี พ.ศ.2550 ซื้อแชสซีส์ ประกอบตัวถัง และวิ่งงานร่วมกับเสี่ยอ้วน ในสระบุรีถือว่าน้อยมากที่เราจะรับงานเอง เว้นเสียแต่ว่าลูกค้าจะเจาะจงมาหาเราโดยตรง เหมือนเป็นสัญญาใจว่าเราเกิดตรงนี้เราจะไม่ทรยศกัน “เราอยู่ในทีมของเขา ฝากดูแลลูกเรา ดูแลคนขับและลูกน้องของเรา ถ้าเราจะรับงานเองต้องไปอยู่จังหวัดอื่นไม่ใช่ที่สระบุรี คนเราจะรวยล้นฟ้าจะอะไรก็ช่าง สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะไม่มีความหมายเลยถ้าเราไม่มีสัจจะให้แก่กัน”

ลูกค้ามั่นใจสแกนเนีย

อย่างที่บอก ”ถ้าทำอะไรแล้ว ต้องทำให้ดีที่สุด ถ้าไม่ทำให้ดีก็อย่าทำดีกว่า” ลูกค้าเลือกใช้รถของเราเพราะเขาต้องการได้รับบริการที่ดี ได้นั่งรถโดยสารที่ดี เสียงตอบรับจากลูกค้าส่วนใหญ่พอใจกับรถพงศ์ศิริมาก เพราะเราพยายามเลือกสิ่งที่ดีที่สุด เช่น เบาะนวดไฟฟ้าที่เป็นอุปกรณ์มาตรฐานของรถพงศ์ศิริทุกคัน ถามว่าทำไมจึงเลือกใช้แต่สแกนเนีย เพราะเวลามีปัญหาเครื่องยนต์ซ่อมแล้วจบ การที่นำเข้าแชสซีส์มา ก่อนจะประกอบเป็นรถบัส เราจะโอเวอร์ฮอร์นระบบทุกอย่าง ทั้งช่วงล่าง เครื่องยนต์ และเกียร์ เรียกว่าเกือบจะใหม่ทั้งหมด

ปัจจุบันนี้พงศ์ศิริมีรถทั้งหมด 7 คัน เป็นสแกนเนียทั้งหมด และอาจจะเพิ่มอีก 3 – 4 คันในอนาคต ซึ่งต่อไปคงจะใช้แต่รถใหม่ สาเหตุที่เลือกรถใหม่มาจากผู้ว่าจ้าง อย่างเช่น กรุ๊ปทัวร์ ลูกค้าเขามั่นใจ สบายใจว่า ไม่มีปัญหากลางทาง บวกลบคูณหารแล้วรถใหม่จะเหลือมากกว่ารถประกอบด้วยซ้ำ

ลูกน้องเปรียบเหมือนคนในครอบครัว

ทุกคนที่เข้ามาอยู่กับเราตรงนี้ เปรียบเสมือนครอบครัวใหญ่ การดูแลต้องทั่วถึง เรามีที่พักให้ที่อู่ ไม่ใช่ดูแลเฉพาะตัวเขาแต่รวมไปถึงครอบครัวของเขาด้วยว่าอยู่ได้ไหม วันหยุดเทศกาล เช่น สงกรานต์ ปีใหม่ เราก็หยุดให้เขาได้พักผ่อนกับครอบครัว ถ้าเป็นรายอื่นเขาจะวิ่งเพราะถือเป็นช่วงทำเงิน “ขึ้นชื่อว่าเงินใครก็อยากได้ อาการกระหายเงินเราก็เคยเป็นมาแล้วในช่วงที่วิ่ง 10 ล้อ ตะแบงวิ่งกัน 24 ชม.ทั้งวันทั้งคืน รถไม่ได้พัก คนขับผลัดกันขับ 2 คน คนขับก็ล้า รถก็พังไม่มีเวลาจอดซ่อม สุดท้ายไม่เหลืออะไร ถึงเวลาพักเราต้องให้เขาบ้าง ไม่ใช่จะเอาแต่เงินอย่างเดียว ถ้าลูกน้องเขาอยู่ได้ เราก็อยู่ได้”

มุมมองธุรกิจในอนาคต

ธุรกิจรถทัวร์ตรงนี้มันต้องโตขึ้น เราต้องเป็นฝ่ายรุกมากขึ้น ไม่ใช่รอให้ลูกค้าเป็นฝ่ายเข้ามาหา ตอนนี้ก็ดูๆ ไว้บ้างว่าที่ไหนจะขยับขยายได้ ถ้าเราไปหาลูกค้าเอง ก็จะโตขึ้นเต็มตัว แต่ถ้าคิดจะโตต้องไปโตที่อื่น ไม่ใช่ที่สระบุรี อย่างที่บอกว่าเรามีสัญญาใจกันอยู่

นอกจากนี้ ในอนาคตยังมีโครงการจะนำเข้าอะไหล่เก่าจากยุโรปและญี่ปุ่น ทั้งของรถบรรทุกและรถบัสโดยสาร มีทั้งสแกนเนียและฮีโน่ที่จะนำเข้ามาเปิดเป็นเซียงกง นำเข้ามาประกอบเป็นรถพ่วง 12 ล้อ เข้ามาใช้เองและประกอบขายด้วย

ฝากกำลังใจให้สู้

ช่วงที่เราแย่ สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเวลาคนเราล้มลง เราจะรู้ซึ้งที่โบราณพูดว่า “มีก็เป็นคน จนก็เหมือนหมา” จากที่ล้มลงไปครั้งนั้นถือว่าเจ็บปวดมาก แต่เราต้องสู้ เอาความกดดันตรงนั้นมาเป็นแรงผลักดันให้เราสู้ต่อ ทุกวันนี้คำพูดของคนรอบข้างยังคงดังก้องอยู่ในหู ใครที่ท้อแท้อยู่ขอให้สู้ สู้ยิบตา สู้ในการทำมาหากิน สู้ในความดี สู้ในสิ่งที่ถูกต้องซึ่งไม่ผิดตรงไหน