ท่าเรือแหลมฉบัง ชี้แจ้งวิสัยทัศน์ และโครงการพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการของท่าเรือแหลมฉบัง เน้นยกระดับบริหารจัดการระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน รับการเป็นศูนย์กลางขนส่งทางน้ำและโลจิสติกส์เชื่อมโยงเศรษฐกิจไทยสู่อาเซียน และศูนย์กลางการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ


ร.ต.ต.มนตรี ฤกษ์จำเนียร ผู้อำนวยการการท่าเรือแหลมฉบัง เผยว่า ท่าเรือแหลมฉบัง มีภารกิจสำคัญในการดำเนินงานตามวิสัยทัศน์ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย ที่มุ่งเน้นการเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางน้ำและโลจิสติกส์ เชื่อมโยงเศรษฐกิจไทยสู่อาเซียน ประกอบด้วย 3 ภารกิจหลัก และ 9 ยุทธศาสตร์สำคัญ คือ 1.ภารกิจในการขยายบริการท่าเรือและธุรกิจเกี่ยวเนื่องต่อโลจิสติกส์ทางน้ำในประเทศ และในอาเซียน 2.การพัฒนาและบริการทรัพยากรต่าง ๆ ภายในองค์กรให้เกิดศักยภาพและขีดความสามารถให้เกิดประโยชน์สูงสุด และ 3.เพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการและยกระดับมาตรฐานในการให้บริการให้มีความทันสมัย มีธรรมาภิบาล และมีมาตรฐานสากล
ส่วนยุทธศาสตร์สำคัญ 9 ประการ ประกอบด้วย 1.การขยายบริการท่าเรือและธุรกิจใหม่ที่เกี่ยวเนื่องภายในประเทศ 2.ขยายบริการท่าเรือและธุรกิจใหม่ในภูมิภาคอาเซียน 3.ขยายความร่วมมือและพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะในอาเซียน 4.ดำเนินการจัดตั้งหน่วยธุรกิจหรือบริษัทลูก เพื่อเอื้อต่อการดำเนินการธุรกิจในประเทศหรือต่างประเทศ 5.พัฒนาธุรกิจเพิ่มศักยภาพสินทรัพย์ (รวมเครื่องมือทุ่นแรง อุปกรณ์และเครื่องจักรต่าง ๆ) 6.พัฒนาและบริหารระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 7.พัฒนาและบริหารทรัพยากรบุคคล 8.เพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการให้ทันสมัย และ 9.ยกระดับมาตรฐานทัดเทียมสากลและการบริหารที่มีธรรมาภิบาล โดยทั้ง 3 ภารกิจ และ 9 ยุทธศาสตร์สำคัญจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2560 และ 2561 ภายใต้งบประมาณกว่า 3 พันล้านบาท


“สำหรับแผนงานที่ดำเนินการแล้วคือ โครงการขยายช่องทางการจราจร ปรับปรุงเส้นทางการจราจร สะพานข้ามจุดต่าง ๆ สะพานกลับรถ ประตูตรวจสอบสินค้า โครงการท่าเรือชายฝั่งซึ่งได้ผู้รับเหมาเป็นเรียบร้อย และคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2560 ขณะที่โครงการศูนย์ขนส่งสินค้าทางรถไฟที่ปัจจุบันขนส่งสินค้าได้ 4 แสนทีอียูต่อปี ก็จะเพิ่มเป็น 6 แสนทีอียูต่อปีในปีแรก และเพิ่มเป็น 1 ล้านทีอียูในปีต่อไป และมีโครงการท่าเรือเฟส 3 ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำประชาพิจารณ์ เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย”