จาก มติครม.เห็นชอบแผนพัฒนาเดินเรือระหว่างประเทศในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง พ.ศ.2558-2568 เพื่อจะใช้เป็นกรอบแนวทางในการพัฒนาการขนส่งทางน้ำระหว่างประเทศ ให้เกิดความสะดวก ปลอดภัย และเป็นไปตามข้อตกลงระหว่างประเทศสมาชิก


สำหรับแผนพัฒนาการเดินเรือระหว่างประเทศในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง พ.ศ. 2558-2568 จะครอบคลุมพื้นที่แม่น้ำโขงระหว่างเมืองซือเหมาในจีน ถึงเมืองหลวงพระบางในลาว โดยแบ่งการพัฒนาเป็น 2 ระยะ ดังนี้
ระยะที่ 1 (พ.ศ.2558-2563) ศึกษา สำรวจ ออกแบบ และทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคมของแต่ละโครงการ และได้รับการรับรองจาก 4 ประเทศ โดยจะปรับปรุงร่องน้ำระยะทาง 631 กม. จากชายแดนจีน-เมียนมาที่หลัก 243 ถึงหลวงพระบางเพื่อรองรับเรือ 500 ตัน พัฒนาท่าเรือสินค้า 3 แห่ง และท่าเรือโดยสาร 3 แห่ง

ส่วนระยะที่ 2 (พ.ศ.2563-2568) ศึกษา สำรวจ ออกแบบ และทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคมของแต่ละโครงการ และได้รับการรับรองจาก 4 ประเทศ มีการปรับปรุงร่องน้ำระยะทาง 259 กม. จากซือเหมาถึงชายแดนจีน-เมียนมา ที่หลัก 243 ให้รองรับเรือ 500 ตัน และสร้างสะพาน Yunjinghong ขึ้นใหม่ และมีการพัฒนาท่าเรือสินค้าสำหรับเรือ 500 ตัน 4 แห่ง ท่าเรือสินค้าสำหรับเรือ 300 ตัน และท่าเรือโดยสาร 9 แห่ง
ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมมอบหมายให้กรมเจ้าท่าเป็นหน่วยงานปฏิบัติและประสานงานหลักในการดำเนินตามแผนพัฒนาการเดินเรือระหว่างประเทศ พ.ศ.2558-2568 และการดำเนินงานเบื้องต้นโครงการปรับปรุงร่องน้ำทางเดินเรือในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง
ด้านอธิบดีกรมเจ้าท่าแจงแผนพัฒนาการเดินเรือระหว่างประเทศแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง โดยให้เรือสำรวจจีนแล่นผ่านแม่น้ำโขงใน อ.เชียงของ จ.เชียงราย ทั้งนี้เรือของจีนได้ทำเรื่องขอผ่านแดนกับทางกรมเจ้าท่า เผยหากสำรวจแล้วไม่มีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สามารถช่วยลดต้นทุนขนส่งได้ 10 เท่า
แผนพัฒนาการเดินเรือระหว่างประเทศแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง ถือเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของภูมิภาคลุ่มน้ำโขงที่สำคัญโดยเฉพาะการเพิ่มขีดความสามารถขนส่งสินค้าระหว่างประเทศเพื่อนบ้านสามารถลดต้นทุนการขนส่งได้ราว 10 เท่า เมื่อเทียบกับการขนส่งทางบก อีกทั้งยังส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาพื้นที่ตามแนวสองฟากฝั่งแม่น้ำโขงรวมถึงกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวทางน้ำระหว่างกันอีกด้วย
โครงการดังกล่าวยังคงอยู่ในระยะเริ่มต้นซึ่งต้องใช้เวลาสำรวจถึง 1ปี อีกทั้งฝ่ายไทยได้ส่งเจ้าหน้าที่และนักวิชาการหลายฝ่ายประชุมร่วมกับจีนเพื่อวางแผนการสำรวจและพัฒนาพื้นที่โดยให้กระทบกับสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ทั้งนี้หากได้ผลสำรวจที่ชัดเจนในแต่ละพื้นที่แล้วก็จะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปชี้แจงทำความเข้าใจกับชาวบ้านรวมถึงเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น และแลกเปลี่ยนข้อมูลในวงกว้างเพื่อสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนและคนในสังคม