สปข. โอด เรือล่มภูเก็ตกระทบนักท่องเที่ยวจีน ส่งผลให้ยอดจองรถทัวร์วูบ 30% คาดปีนี้สูญรายได้กว่า 2 หมื่นล้านบาท วอนภาครัฐให้ความสนใจพัฒนาคนขับรถทัวร์ เหตุขาดแคลนมากกว่า 30% มั่นใจกลุ่มรถทัวร์ของสมาชิก สปข. ปลอดภัยทุกคัน เชิญผู้ประกอบการเข้าร่วมเป็นสมาชิก ขณะที่กระทรวงคมนาคม พร้อมคุมคุมกำเนิดรถทัวร์ 2 ชั้น ไม่ปล่อยให้จดทะเบียนเพิ่มเพื่อความปลอดภัย

คุณทนงพันธ์ สุทธิพงษ์ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย (สปข.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ธุรกิจรถทัวร์ท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ไตรมาส 4 ปีนี้ (..-..2561) ยอดจองรถทัวร์โดยสารเพื่อการท่องเที่ยวลดลงกว่า 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เรือล่มในจังหวัดภูเก็ต ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยจากนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนมียอดจองใช้รถทัวร์ลดลงอย่างชัดเจน และคาดการณ์ว่าปีนี้จะสูญเสียรายได้มากกว่า 20,000ล้านบาท

ดังนั้น ทางสมาคมฯ ต้องการให้กระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งฟื้นความเชื่อมั่นจากนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะตลาดจีน เพราะบริการรถทัวร์โดยสารถูกเหมารวมไปกับเหตุการณ์เรือล่ม นักท่องเที่ยวขาดความมั่นใจในมาตรฐานของเรือและรถโดยสาร ซึ่งในส่วนของสมาคมฯ ยืนยันว่ารถทัวร์โดยสารที่อยู่ภายใต้สมาคมฯ มีความปลอดภัย และมีการตรวจเช็คมาตรฐานรถ ตามระเบียบกำหนดทุกครั้ง นอกจากนี้ พนักงานขับรถโดยสารสาธารณะยังมีการอบรมมาตรฐานการขับขี่ปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง

สำหรับกรณีที่ว่าขนาดของรถโดยสารมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดอุบัติเหตุนั้น ขอชี้แจงว่า มีส่วนเพียงเล็กน้อยต่อการเกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากรถโดยสารที่ให้บริการจะต้องผ่านมาตรฐานที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดไว้ ทั้งรถโดยสารชั้นเดียวที่ต้องมีความสูงไม่เกิน 3.8 เมตร และรถโดยสาร 2 ชั้น ต้องมีความสูงไม่เกิน 4 เมตร รวมถึงการทรงตัวในระดับ30 องศาด้วย

ส่วนปัญหาหลักสำคัญ คือ ตัวบุคลากรที่ขาดการส่งเสริมพัฒนาทักษะและสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง และที่ผ่านมาภาคเอกชนต้องลงทุนอบรมพัฒนาบุคลากรกันเอง ซึ่งหน่วยงานภาครัฐไม่ค่อยได้ให้ความสำคัญกับการฝึกอบรมพนักงานขับรถเท่าที่ควร ประกอบกับขณะนี้ธุรกิจรถโดยสารกำลังเกิดปัญหาขาดแคลนบุคลากรไม่น้อยกว่า 30% ของจำนวนผู้ประกอบการทั้งประเทศ ทำให้เอกชนบางรายจำเป็นต้องจ้างพนักงานขับรถชั่วคราว (ฟรีแลนซ์) เข้ามาทำงานและขาดการตรวจสอบควบคุมคุณภาพของพนักงานขับรถอย่างเข้มงวด ส่งผลให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุระหว่างทาง  ดังนั้นภารกิจของสมาคมฯ จึงเน้นไปที่การสร้างมาตรฐานและการฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรเป็นหลัก 

นอกจากนี้ ยังต้องการให้ผู้ประกอบการที่มีอยู่กว่า 10,000 รายทั่วประเทศเข้ามาร่วมเป็นสมาชิกสมาคมฯ เพื่อให้ได้รับการส่งเสริมศักยภาพและคุณภาพของพนักงานขับรถ และได้รับการตรวจสอบคุณภาพจากสมาคมสร้างความเชื่อมั่น เป็นมาตรฐานที่ดีขึ้น โดยยอมรับว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกสมาคม มีน้อยมาก เพียง 300 รายจากผู้ประกอบการทั้งหมดกว่า 10,000 ราย ขณะที่จำนวนรถที่อยู่ในความดูแลของสมาคมมีประมาณ 40% เท่านั้น  

ขณะที่ คุณธีระพงษ์ รอดประเสริฐ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กรณีผู้ประกอบการรถโดยสาร 2 ชั้น ทั้งที่วิ่งประจำทางและไม่ประจำทาง (รถมาตรฐาน 30) กังวลกับนโยบายรัฐบาลที่จะไม่ให้วิ่งให้บริการนั้น ยืนยันรัฐบาลยังคงให้รถโดยสารสาธารณะ 2 ชั้นที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายกับกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) จำนวน 6,145 คัน และรถ2ชั้นที่จดประกอบเรียบร้อย ซึ่งอยู่ระหว่างทดสอบการลาดเอียงอีกจำนวน 126 คัน หากทดสอบมาตรฐานผ่านรวมถึงรถที่อยู่ระหว่างประกอบรถตามอู่ที่มีการสำรวจไว้ประมาณ 114 คัน สามารถวิ่งให้บริการได้ตามปกติ ซึ่งจำนวนรถ2ชั้นที่กล่าวมา เป็นรถที่ได้สำรวจ ณ 6 สิงหาคม 2561 แต่รถ 2 ชั้น หลังจากนี้จะไม่สามารถมาขึ้นทะเบียนเพื่อเป็นรถที่ถูกต้อง และมาวิ่งให้บริการได้อย่างเด็ดขาด

รถโดยสาร 2 ชั้นที่อยู่ในระบบอยู่แล้วผ่านการตรวจสภาพปีละ 2 ครั้งตามที่กำหนด มีประกันภัยภาคบังคับและภาคสมัครใจทุนประกันไม่น้อยกว่า 300,000 บาท พร้อมติดตั้งระบบ GPS  เรียบร้อยนั้น ยังสามารถวิ่งให้บริการได้ตามปกติ ส่วนรถ 2 ชั้นที่จะจดทะเบียนใหม่ จะมีข้อจำกัดที่เพิ่มขึ้นตามเงื่อนไขที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด คือ  ต้องเป็นรถ 2 ชั้นที่อยู่ระหว่างการยื่นขอจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกอยู่แล้ว และเป็นรถที่อยู่ระหว่างต่อรถที่อู่ต่อรถ ซึ่งทางกรมการขนส่งทางบกกำลังอยู่ระหว่างการสรุปตัวเลขจำนวนดังกล่าว ซึ่งหากไม่เข้าข่ายทั้ง 2 ข้อนี้ จะไม่สามารถจดทะเบียนรถ 2 ชั้นเพิ่มได้”

โดย…สวนเลน