ปัจจุบันภาคอีสานยังเป็นฤดูกาลปลูกพืชผลทางการเกษตร จึงไม่มีสินค้าหลักให้ขนส่งมากมายนัก รถบรรทุกจึงมีวิ่งบนท้องถนนน้อยตามไปด้วย การจ่าย “ส่วย” รายวัน รายอาทิตย์ และรายเดือน จึงแทบจะไม่มีเลย แล้วแบบนี้เจ้าหน้าที่ทางราชการจะหา “งานนอก งานใน” จากไหนได้

ในเรื่องของการตั้งด่านตรวจนั้น ก็ต้องทำเรื่องทำราว มีป้ายตั้งด่าน มีเจ้าหน้าที่หลาย 10 นาย และต้องมีระดับสัญญาบัตรประจำด่านอยู่ด้วย ส่วนการจะหากรณีที่จะยื่นใบสั่งให้กับคนขับรถใหญ่นั้น ก็เป็นเรื่องที่ยาก เพราะบรรดากลุ่มขนส่งเกือบทั้งหมดจะบรรทุกสินค้าตามที่กฎหมายกำหนดไว้ทั้งนั้น ในเมื่อไม่มีความผิดแล้วก็ต้องหาวิธีการที่จะเรียกค่าปรับมาให้ได้

ไม่ว่าจะเป็น การตรวจดูใบอนุญาตต่าง ๆ เริ่มจากใบขับขี่ก่อน ตามมาด้วยเอกสารต่าง ๆ ที่ติดอยู่หน้ากระจกรถ ป้ายทะเบียนรถทั้งหน้าและหลัง รวมถึงตุ๊กตา ไฟ และกระจกรถด้วย หากมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เอนหรือเอียงไม่ตั้งตรงก็จะถูกปรับทันทีในจำนวนเงิน 500-1,000 บาท และที่สำคัญไม่มีใบเสร็จให้ด้วย หากคนขับรายใดทำตามก็สามารถเดินทางต่อไปได้ แต่หากรายใดไม่ทำตามก็ต้องนั่งรออยู่อย่างนั้น จนกว่าเจ้าหน้าที่ทางราชการจะเสร็จงานและเดินทางกลับ

แต่หากทุกอย่างเป็นไปตามกฎระเบียบตามที่กฎหมายกำหนดมาทุกอย่าง ก็จะมีการแบบมือขอเงินแบบดื้อ ๆ ในจำนวน 20 หรือ 50 บาท เพื่อขอไปซื้อเครื่องดื่มชูกำลังให้ตัวเองและพวก เพื่อให้สามารถทำงานได้ต่อไปซึ่งก็ถือว่าเป็นการเอาเปรียบกันชัด ๆ เพราะคนขับรถต่างก็มีเงินเดือนน้อย ต้องขับรถถึงจะได้เงินต่อเที่ยวมา แล้วมาถูกขอเอาเงินดื้อ ๆ แบบนี้อีก ไม่ให้ก็ไม่ได้เพราะอาจจะถูกกลั่นแกล้งภายหลังก็เป็นไปได้

ได้มีสมาชิกรายหนึ่งของนิตยสาร BUS & TRUCK ที่ทำงานขนส่งในภาคอีสาน เปิดเผยว่า การจ่ายส่วยรายเดือนก็ถือว่ายังมีอยู่ แต่ได้ปรับลดลงมาเหลือเพียงแค่ 500 บาท หรือ 1,000 บาท เท่านั้น และวิ่งได้ในระยะทางที่สั้นลงเพียงแค่ 1-2 จังหวัดเท่านั้น จากเดิมที่วิ่งได้ทั่วทั้งประเทศ แต่หากเป็นคนดีไม่จ่ายส่วย งานขนส่งก็จะมีน้อย เพราะไม่สามารถบรรทุกได้มากตามที่คนจ้างต้องการ และที่สำคัญยังไม่เป็นมิตรกับทางเจ้าหน้าที่ทางราชการที่ต้องดูแลถนนทุกวันอีกด้วย

เมื่อเปรียบเทียบกับในอดีตที่ต้องจ่ายส่วยมากถึง 2,000-3,000 บาทต่อเดือน ก็จะมีผู้ว่าจ้างเป็นจำนวนมาก สามารถทำงานวิ่งได้ทั้งวันทั้งคืน ได้รับเงินค่าจ้างรายได้จากเถ้าแก่เป็นจำนวนมาก สามารถเที่ยวสังสรรค์ได้อาทิตย์ละ 3 คืนทีเดียว แต่ในปัจจุบันนี้ ทางรัฐบาลได้เข้มงวดให้รถบรรทุกสามารถบรรทุกสินค้ารวมกับน้ำหนักรถได้เพียง 50.5 ตันเท่านั้น หากเจ้าหน้าที่ของทางราชการหน่วยงานใดไม่ทำตาม ก็อาจจะถูกย้ายทั้งโรงพักก็ว่าได้ จึงทำให้กฎระเบียบต่าง ๆ ของส่วยจึงเปลี่ยนไปตามยุคตามสมัย

การขอเงิน 20 บาท หรือ 50 บาท จากที่ใช้กันในยุคอดีตก็ได้กลับมาใช้กันใหม่ในยุคปัจจุบันแล้ว!

โดย…ยกล้อ

Advertisement