บริษัท ดี.ที.ซี. เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด เป็นบริษัทคนไทยแท้ ที่นำเทรนระบบ GPS Tracking เข้ามาในประเทศ และถือเป็นบริษัทคนไทยที่คิดค้น ออกแบบ และจำหน่ายสินค้าเอง รวมทั้งยังสามารถส่งออกผลิตภัณฑ์ไปกว่า 12 ประเทศ (ประเทศจีน ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย, อินเดีย, บังคลาเทศ, เวียดนาม, ลาว, เคนยา, มาเลเซีย, ฮ่องกง,เมียนมา,กัมพูชา)

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัท ดี.ที.ซี. เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด เป็นอันดับหนึ่งในการขายสินค้าและบริการด้าน GPS Tracking ในประเทศไทย ปัจจุบันได้มีขยายงานออกไปทั้งทางด้านการพัฒนาโปรแกรมพิเศษสำหรับบริหารจัดการงานขนส่งการพัฒนาระบบแผนที่ DIGITAL เพื่อมาใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ GPS รวมถึงด้านการพัฒนาระบบการส่งข้อมูลอัจฉริยะแบบอัตโนมัติ หรือที่เรียกว่า IoT Solutions ให้กับองค์กรชั้นนำหรือหน่วยงานราชการต่าง ๆ เพื่อสร้างสินค้าและบริการรูปแบบใหม่ ๆ ให้ก้าวทันนานาประเทศทั่วโลก

จากกล่องดำสู่ผู้นำ GPS รายแรกของเอเชีย

คุณทศพล คุณะเพิ่มศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดี.ที.ซี. เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2539 โดยเริ่มต้นกับธุรกิจที่เกี่ยวกับการเพิ่มความปลอดภัยในการขนส่งโดยการจัดตั้งศูนย์ Driver Testing Center เพื่อทดสอบความสามารถของผู้ขับขี่ โดยมีความคาดหวังจะช่วยประเทศไทยให้มีมาตรฐานในเรื่องความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนมากยิ่งขึ้น ต่อมาทางบริษัทฯ ได้ขยายธุรกิจโดยมีการออกแบบ และผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สำหรับใช้ในการควบคุม และตรวจสอบยานพาหนะ โดยเริ่มจากการออกแบบกล่องดำบันทึกการใช้งานรถ จนพัฒนามาเป็นระบบติดตามรถด้วยเทคโนโลยี Real-time GPS ในปัจจุบัน

บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 22 ปีแล้ว ทำมาตั้งแต่ยังไม่มีระบบ GPS และเราได้เริ่มตั้งแต่การทำกล่องดำบันทึกที่เหมือนกับกล่องดำบันทึกในเครื่องบิน ซึ่งบริษัทฯ จะคิดค้นและผลิตสินค้าเองทั้งหมด เพื่อบันทึกความเร็วของรถยนต์ เมื่อความต้องการของลูกค้าเปลี่ยนไปจากที่เคยทราบว่า ถึงการใช้ความเร็วในการขับรถว่าเป็นอย่างไรแล้ว ก็อยากทราบว่า รถขนส่งอยู่บริเวณไหน และอยู่จุดใด บริษัทฯ จึงเริ่มคิดค้นระบบ GPS ขึ้นมา ซึ่งทางบริษัทฯ ก็เป็นบริษัทแรก ๆ ในเอเชียที่คิดค้นระบบ GPS ขึ้นมา ถ้ายิ่งเป็นระบบ Real-time ที่สามารถรายงานผลได้ทันที และตลอดเวลา เราถือเป็น 1 ใน 5 ของโลกเลยทีเดียวที่คิดค้นระบบนี้ขึ้นมา”

พัฒนาสินค้าออกสู่ตลาดขนส่งต่อเนื่อง

สินค้า GPS Tacking ของบริษัทฯ จะมีคุณภาพที่สูงและใช้งานได้อย่างยาวนาน เพราะมีการการันตีจากลูกค้ามาว่า สินค้าของบริษัทฯ ใช้มาแล้วร่วม 10 ปีก็ยังใช้ได้ดี และมีมากกว่า 10,000 เครื่องที่ติดตั้งสินค้าของบริษัทฯ แล้วก็ยังบอกว่า GPS ของบริษัทฯ ยังใช้ได้ดีเช่นเดิม

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าระบบ GPS จะเป็นเทคโนโลยีที่ดี แต่เทคโนโลยีก็ยังเดินหน้าต่อไป เพราะในยุคต่อจาก GPS ก็จะเป็นยุคของการมองเห็นภาพจากการขนส่งด้วย ดังนั้น ทางบริษัทฯ จึงพัฒนาระบบ Mobile DVR ที่สามารถเป็นผู้ช่วยตาวิเศษ ที่เปรียบเสมือนว่า เถ้าแก่ได้นั่งไปกับรถด้วย เพราะเห็นภาพทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้าง ตามที่ลูกค้าต้องการทั้งหมด เพื่อตรวจสอบการทุจริตในการขนส่งสินค้าของคนขับรถ ซึ่งระบบบันทึกภาพเชื่อมต่อกล้องทั้งในรถและนอกรถสามารถดูภาพของยานพาหนะแบบเรียลไทม์

ทั้งนี้ ยังสามารถระบุตำแหน่งและความเร็วของรถด้วย ตรงนี้ผู้ควบคุมสามารถตรวจสอบภาพและดูตำแหน่งรถได้ทันทีผ่านโปรแกรมบน PC แท็บเล็ต (Tablet) และโทรศัพท์มือถือ (Mobile) ได้ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเปิดตัวในช่วงเดือนต.. 2561 นี้

ยกทีมงานคุณภาพกว่า 400 ชีวิตบริการลูกค้า

สินค้าของเราจะต่างจากคนอื่น คือ เราไม่ได้เป็นผู้นำเข้า แต่เราเป็นผู้ออกแบบ คิดค้น และจำหน่ายเอง รวมถึงส่งออกไปยังต่างประเทศด้วย และทำทุกอย่างครบวงจร ปัจจุบันมีพนักงานมากกว่า 400 คน โดยมีทีม R & D อยู่ 100 กว่าคน และมีทีมบริการอยู่ 200 กว่าคน เพราะการบริการถือหัวใจสำคัญในการดูแลลูกค้า

ทั้งนี้ เมื่อมีเหตุที่ลูกค้าต้องการความดูแล ในโลกของความเป็นจริง ลูกค้าไม่ได้มีเวลาวิ่งมาหาเรา เราจะต้องวิ่งไปให้บริการลูกค้า ตรงนี้ เราเห็นถึงความสำคัญลูกค้าเสมอ จึงได้จัดตั้ง “ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ : 1176” เพื่อเป็นหน่วยงานให้บริการ รวมทั้งรับฟังเสียงของลูกค้าเสมือนหนึ่งการให้บริการแบบ One Stop Service โดยเปิดให้บริการทุกวัน ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง

เรามีทีมงานคุณกว่า 400 ชีวิตในปัจจุบัน เราขอสัญญาว่า เราจะมุ่งมั่นสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ และพัฒนาคุณภาพงานบริการที่ไม่หยุดยั้ง เพื่อให้ลูกค้าได้รับสินค้าที่ดีและประทับใจ ในบริการตอบแทนที่ท่านไว้วางใจทางบริษัทฯ ด้วยดีเสมอมา”

ไม่สู้สงครามราคาเดือด เน้นสู้เรื่องคุณภาพ

หลังจากกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกกฎระเบียบให้รถใหญ่ติด GPS Tacking ทุกคัน ส่งผลให้มีบริษัท GPS เกิดขึ้นมามากมาย ซึ่งก็เป็นที่แน่นอนว่า จะต้องมีการต่อสู้ในเรื่องราคาที่ดุเดือดมาก ซึ่งทางบริษัทฯ จะไม่ลงไปต่อสู้ในเรื่องราคา แต่จะพัฒนาในเรื่องคุณภาพสินค้าให้กับลูกค้า รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาให้ลูกค้าได้เห็น

ลูกค้าที่ใช้สินค้าของเราอยู่จะเป็นบทพิสูจน์ให้เห็นว่า ถ้าสินค้ามีคุณภาพ ลูกค้าใช้แล้วไม่มีปัญหาและคุ้มค่ากับราคา ลูกค้าก็จะยังใช้สินค้าของเรา แต่ถ้าลดตัวสินค้าลงไป เพื่อสู้ในเรื่องราคา แล้วถ้าเกิดลูกค้ามีความเสียหาย เราก็เสียชื่อเสียงไปด้วย เราจะไม่เอาชื่อเสียง 22 ปีมาทิ้งไว้ตรงนี้อย่างแน่นอน”

อย่างไรก็ดี จากประสบการณ์ที่ผ่านมา 22 ปี เราสามารถควบคุมระบบได้ทั้งหมด และเราพัฒนาสินค้ามาโดยตลอด แม้กระทั่งฮาร์ดแวร์ (Hardware) เราออกแบบเองทั้งหมด เพราะต้องการตัดปัญหาในเรื่องการซ่อมบำรุงที่ต้องรอการซ่อมหากมีการนำเข้ามาจากต่างประเทศ เพราะถ้าเกิดเครื่องเสียเมื่อไหร่เราก็สามารถซ่อมเองได้ จึงอยากตัดปัญหานี้ไป ในส่วนของซอฟต์แวร์ (software) เราก็พัฒนาเอง เพราะถ้าลูกค้าอยากได้อะไรที่พิเศษมากขึ้นเราก็สามารถจัดการให้กับลูกค้าได้

ที่มั่นใจว่าสินค้าของบริษัทฯ มีคุณภาพนั้น เพราะถ้าไม่มีคุณภาพทางกลุ่มโตโยต้า และฮีโน่ จะไม่เลือกใช้สินค้าของบริษัทฯ อย่างแน่นอน โดยเฉพาะทางฮีโน่ เราได้ทำ OEM ให้ เพราะถ้าเทคโนโลยีของเราไม่ถึงเราก็ไม่สามารถที่จะได้งานนี้มา และในฐานะบริษัทของคนไทยที่สามารถทำให้คนญี่ปุ่นเชื่อใจได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย จึงเห็นได้ว่า DTC มีคุณสมบัติที่แตกต่างและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล”

แตกไลน์ธุรกิจจับคู่รถเที่ยวเปล่าช่วยเหลือขนส่ง

เราจะมีธุรกิจเกิดใหม่ขึ้นมาอีกธุรกิจ นั่นก็คือการลดรถการวิ่งเที่ยวเปล่าให้กับลูกค้า ซึ่งเรื่องนี้มีหลายหน่วยงานได้พูดคุยมาเยอะมาก แต่ยังไม่สำเร็จเพราะมีหลายปัจจัย และหลายปัญหาให้ต้องแก้ไข ซึ่งเราก็ยอมรับว่า เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นยาก จึงได้ไปศึกษางานจากประเทศที่ทำได้สำเร็จแล้ว ซึ่งทางเราก็มีหุ้นส่วนที่ถือหุ้นอยู่ 9% คือ บริษัท ยาซากิ เอนเนอร์จี คอร์เปอเรชั่น จำกัด ซึ่งก็ได้แนะนำให้รู้จักกับ บริษัท โทร่าบ๊อกซ์ ของญี่ปุ่น ที่ทำเรื่องจับคู่รถเที่ยวเปล่ามาสำเร็จแล้ว และเมื่อได้ศึกษาและได้รับคำปรึกษาแล้วก็ได้มีข้อตกลงร่วมกันและเตรียมตัวที่จะเปิดบริการจับคู่รถเที่ยวเปล่า ภายใต้ บริษัท โทล่ามูฟ จำกัด โดยมีตนเป็นประธานบริษัทฯ เพราะอยากทำแบบกึ่ง ๆ CSR เพื่อช่วยให้ลูกค้าของเราไม่ต้องวิ่งรถเที่ยวเปล่ากลับมา เพื่อเป็นการช่วยลดการใช้พลังงานของประเทศ ซึ่งจะคิดค่าใช้จ่ายในราคาที่ถูก โดยเราจะเปิดตัวบริษัทใหม่นี้ในช่วงเดือนต.. 2561 นี้

ตั้งเป้ารายได้ปี 61 ยอดทะลุกว่า 1,000 ล้านบาท

ธุรกิจเราโตขึ้นทุกปี และเมื่อปี 2560 ที่ผ่านมาเติบโตขึ้นกว่า 15% และปี 2561 นี้ ผ่านมาประมาณ 8 เดือน (..-.. 61) มีรายได้เกือบ 1,000 ล้านบาทแล้ว ซึ่งจะเห็นได้ว่าบริษัทฯ เติบโตขึ้นอย่างมั่นคงทีเดียว ดังนั้น ปี 2561 นี้ ทางบริษัทฯ จึงได้ตั้งเป้ารายได้ไว้เกินกว่า 1,000 ล้านบาท

โดย…สวนเลน