เมื่อต้นปี 2561 ทางบริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) ได้ส่งมอบรถเมล์ NGV จำนวน 100 คันให้กับทาง ขสมก. แล้ว จากยอดทั้งหมด จำนวน 489 คัน หลังจากนั้น ทางศาลปกครอง ก็ได้พิพากษาให้ ขสมก. ชดใช้ค่าเสียหายให้กับบริษัท เบสรินกรุ๊ป จำนวนมากกว่า 1 พันล้านบาท เพราะได้ระงับการซื้อรถเมล์ NGV จำนวน 489 คัน เพราะทำผิดเงื่อนไขที่ได้ตกลงกันไว้ ซึ่งสาเหตุนี้เองจึงทำให้ทาง ขสมก. ต้องระงับรถเมล์ NGV จาก ช ทวี ในล็อตที่เหลืออีก 389 คันไปก่อน โดยยังไม่จ่ายเงินค่ารถที่ส่งมอบไปก่อนเลยสักบาทเดียว

ด้วยชื่อเสียงของ ขสมก. ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของกระทรวงคมนาคม มีหนี้สินสะสมมากกว่า 1 แสนล้านบาท ก็ได้พยายามทำทุกวิถีทางที่จะเพิ่มรายได้ และลดค่าใช้จ่าย เพื่อที่จะได้ไม่เป็นหนี้เพิ่ม และเมื่อได้รถเมล์ NGV ใหม่มาแล้ว จำนวน 100 คัน ก็ร้องไปทางคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง เพื่อขอขึ้นค่าโดยสาร เนื่องจากปัจจุบัน ขสมก.ได้นำรถโดยสารปรับอากาศชานต่ำ (Low Floor) รุ่นใหม่ใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) มาให้บริการประชาชน ซึ่งรถโดยสารดังกล่าวมีการออกแบบในลักษณะ Universal Design พร้อมติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ได้แก่ กล้อง CCTV, ระบบ GPS, ทางลาดสำหรับเข็นรถวีลแชร์ เพื่อให้ประชาชนผู้ใช้บริการทุกประเภท ทั้งคนพิการและผู้สูงอายุ สามารถใช้บริการรถโดยสารได้อย่างสะดวก ปลอดภัย ส่งผลให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ซึ่งคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ก็มีมติเห็นชอบให้ปรับราคารถโดยสารปรับอากาศ ที่วิ่งให้บริการประชาชนในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ในอัตรา 13-25 บาท จากเดิมที่จัดเก็บในอัตรา 11-23 บาท โดยจะเริ่มใช้อัตราค่าโดยสารใหม่ ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2561เป็นต้นไป

เมื่อมีช่องทางแล้ว ทาง ขสมก. ก็ได้ประกาศปรับขึ้นราคาค่าโดยสารในวันที่ 9 ตุลาคม 2561 และขึ้นราคาเฉพาะรถใหม่ NGV จำนวน 100 คันเท่านั้น ส่วนรถโดยสารเก่าทั้งรถธรรมดาและรถปรับอากาศ ขสมก.ยังคงใช้อัตราค่าโดยสารราคาเดิม 

หลังจากประเทศปรับขึ้นผ่านสื่อต่าง ๆ เพียงแค่ 2 วัน ก็เพิ่งคิดได้ว่า ไม่ควรปรับในทันที จึงออกประกาศอีกครั้งในวันที่ 11 ตุลาคม 2561 ว่า “องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ชะลอการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถปรับอากาศรุ่นใหม่ ที่จะเริ่มใช้กับรถโดยสารปรับอากาศชานต่ำใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) จำนวน 100 คัน ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2561 ออกไปก่อน จนกว่าเรื่องดังกล่าว จะผ่านกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางอีกครั้ง” 

ได้มีสมาชิกจากนิตยสาร BUS & TRUCK รายหนึ่ง ได้เปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่า ต้องขอแสดงความเสียใจกับทางบริษัท ช ทวี เป็นอย่างมาก แม้จะยังไม่ได้ค่าจัดซื้อรถเมล์ NGV จากทาง ขสมก. แต่ก็ต้องทำหน้าที่ดูแลบริการซ่อมบำรุงให้ตามเงื่อนไขที่ได้ตกลงกันไว้ รวมแล้วต้องลงทุนล่วงหน้าไปก่อนมากกว่า 1,000 ล้านบาท โดยยังไม่ทราบกำหนดที่แน่ชัดว่า จะได้หนี้คืนมาเมื่อใด คงต้องรอให้กรณีของ ขสมก. และเบสริน สามารถตกลงกันได้เสียก่อน

ด้วยทาง ขสมก. ถือเป็นหน่วยงานหนึ่งของรัฐบาล จึงทำอะไรก็ได้แบบมีเกราะป้องกันอย่างแน่นหนา อย่างการนำรถเมล์ NGV ที่ยังไม่ได้จ่ายจัดซื้อรถให้ ช ทวี แต่ได้นำมาวิ่งหารายได้ และจะมีการปรับราคาค่าโดยสารอีก จึงอยากให้คนในวงการรถโดยสารช่วยวิเคราะห์การทำงานของผู้บริหารของ ขสมก. ว่า ควรจะทำอย่างไรเพื่อที่จะได้ลดหนี้ลงแบบมีคุณธรรมด้วย

โดย…ยกล้อ