ท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ กองทัพเรือ ร่วมกับท่าเรือประจวบ  อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ เปิดเส้นทางการขนส่งสินค้าทางน้ำเส้นทางใหม่ บางสะพาน-สัตหีบ เน้นการขนส่งสินค้าชายฝั่ง (Coastal Shipping) เชื่อมต่อภาคใต้สู่ EEC ตอบโจทย์ลูกค้าภายในประเทศ โดยเฉพาะลูกค้าแถบจังหวัดภาคตะวันออกและภาคกลาง วางแผนพัฒนาด้านโลจิสติกส์ร่วมกัน เพื่อสนับสนุนโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (EEC) ภายใต้นโยบายไทยแลนด์ 4.0
พลเรือตรี นฤพล เกิดนาค ผู้อำนวยการท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ กองทัพเรือ ให้รายละเอียดในโครงการนี้ว่า “ด้วยและศักยภาพของท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ มีความพร้อมในการรับสินค้าผ่านท่าต่าง ๆ อยู่แล้ว ซึ่งเมือภาคเอกชนได้ริเริ่มโครงการขนส่งสินค้าชายฝั่ง (Coastal Shipping) โดยมีท่าเรือพาณิชย์      สัตหีบเป็นท่าปลายทาง จึงได้เกิดความร่วมมือดังกล่าวขึ้น ภายใต้วัตถุประสงค์เดียวกัน คือ ร่วมกันสนับสนุน และพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศ ซึ่งโครงการเดินเรือครั้งนี้ถือว่าเป็นโครงการนำร่องที่เป็นการเชื่อมภาคใต้สู่ EEC  ประเดิมเส้นทางเดินเรือใหม่ ต้นทางจาก อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ ปลายทางที่ อ.สัตหีบ   จ.ชลบุรี ใช้การเดินเรือตัดอ่าวไทย ระยะทางรวม 116 ไมล์ทะเล (ระยะทางทางทะเล =208 กิโลเมตรระยะทางถนน = 551 กิโลเมตร) ที่สำคัญคือ เป็นการยกระดับเรื่องโลจิสติกส์ของประเทศ นำไปสู่การเพิ่มสัดส่วนปริมาณการขนส่งสินค้าทางน้ำ ตัวเลขการรับรู้รายได้ของประเทศเพิ่มมากขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมขับเคลื่อนโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (EEC) ซึ่งการพัฒนาท่าเรือพาณิชย์สัตหีบก็เป็นหนึ่งในแผนการพัฒนาด้วย อย่างไรก็ตามจะมีโครงการความร่วมมือเช่นนี้อย่างต่อเนื่องแน่นอน”
 
ด้านคุณถาวร คณานับ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ท่าเรือประจวบ จำกัด ภายใต้ SVL Group ให้รายละเอียดในฐานะผู้บริหารท่าเรือต้นทางของการขนส่งสินค้าว่า “โครงการขนส่งสินค้าชายฝั่ง Coastal Shipping เป็นการร่วมธุรกิจใหม่ระหว่างท่าเรือของภาครัฐและเอกชน เป็นการสร้างประโยชน์ให้เกิดขึ้นกับทุกฝ่าย คือในส่วนของลูกค้าได้รับสินค้าในเวลารวดเร็ว การขนส่งสินค้าส่งได้ครั้งละจำนวนมาก ภาครัฐ   ภาคสังคมได้รับประโยชน์คือ การลดปริมาณของรถขนส่งทางถนน ลดการเกิดอุบัติเหตุ การจราจรไม่แออัดจากการวิ่งรถขนส่งจำนวนมาก ถนนไม่เกิดความเสียหาย งบประมาณในการซ่อมแซมถนนก็ลดลงตาม เป็นต้น โดยจะมีโครงการขนส่งสินค้าชายฝั่ง Coastal Shipping ร่วมกันอีกแน่นอน เช่น การขนส่งสินค้าที่บรรจุในตู้คอนเทนเนอร์  ซึ่งการเกิดโครงการนำร่องในครั้งนี้ จะนำมาพูดคุยและหาข้อมูลต่าง ๆ กับท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ  เพื่อร่วมกันดูข้อดี จุดได้เปรียบ รวมถึงสิ่งที่ต้องปรับเพิ่ม สำหรับเป็นข้อมูลในการนำเสนอให้กับภาครัฐต่อไป 
 
“ศักยภาพของท่าเรือประจวบนั้น มีความพร้อมรับสินค้าได้ทั้งตู้คอนเทนเนอร์ และสินค้า Bulk โดยยินดีสนับสนุนผู้ประกอบการในภาคใต้และภาคตะวันตก ที่จะส่งสินค้าไปยัง EEC เพื่อการผลิตในนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ และเพื่อการส่งออก รวมทั้งสามารถรองรับการขนส่งสินค้าที่ผลิตใน EEC เพื่อนำมาจำหน่ายในภาคใต้ และส่งออกไปยังมาเลเซีย ด้วยท่าเรือที่ทันสมัยมีมาตรฐานการดำเนินงานสากลที่ได้รับการยอมรับจากลูกค้าทั้งในประเทศ และลูกค้าต่างประเทศ”