จากตัวเลขยอดจดทะเบียนรถใหญ่จากทุกยี่ห้อของปี 2560 เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2.8 หมื่นคัน ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายของผู้บริหารของแต่ละค่ายรถใหญ่ประมาณ 10% ด้วยสาเหตุหลักที่ว่า ภาวะเศรษฐกิจทั้งภายในประเทศและต่างประเทศยังไม่เติบโตเท่าที่ควร

อย่างไรก็ดี จากนโยบายของค่ายรถใหญ่แต่ละค่ายต่างมีนโยบายให้มียอดขายที่เพิ่มขึ้นทุกปี ด้วยเหตุนี้เอง เป้าหมายการขายโดยรวมของทุกยี่ห้อในปี 2561 นี้ จะเชื่อกันว่า จะต้องมียอดทะลุเกิน 3 หมื่นคัน โดยค่ายที่เป็นผู้นำในตลาดรถใหญ่มาอย่างต่อเนื่องก็คือ ISUZU เพราะสามารถโกยมาร์เก็ตแชร์ได้มากถึง 50% ส่วนค่าย HINO ก็ตามมาที่ 40% สำหรับยี่ห้ออื่น ๆ ที่จำหน่ายในไทยนั้น ก็มียอดจำหน่ายใกล้เคียงกัน

ในอีก 2 เดือนที่เหลือของปี 2561 (..-..61) ค่ายรถใหญ่ต่าง ๆ ได้เร่งระดมกลยุทธ์ทางการตลาด การขาย และการบริการหลังการขายออกมาอย่างคึกคัก เพื่อดึงดูดให้ลูกค้ามาซื้อรถใหญ่ของตนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

พฤติกรรมการซื้อรถใหญ่เปลี่ยนไป

แหล่งข่าวในวงการรถใหญ่ เปิดเผยว่า จากการศึกษาและวิจัยมา พบว่า กลุ่มขนส่งที่ต้องใช้รถใหญ่เพื่อเป็นยานพาหนะในการรับจ้างขนส่งสินค้าและผู้โดยสารนั้น ได้มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย เพราะในยุคเริ่มต้น คือ Generation ที่ 1 นั้น จะต้องเป็นผู้ที่ติดต่อกับค่ายรถใหญ่เอง พร้อมทั้งหาบริษัทที่ปล่อยสินเชื่อเอง และเมื่อเป็นเจ้าของรถใหญ่แล้วก็ต้องนำรถเข้าไปซ่อมในศูนย์บริการเอง ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้เป็นผู้ครอบครองและใช้รถคันนั้นเป็นเวลานาน ถึงแม้ว่าจะมีรายได้เกินจุดคุ้มทุนมานานหลายปีแล้วก็ตาม

ด้วยสาเหตุที่ว่า การใช้รถใหญ่คันที่เป็นเจ้าของมานาน จึงรู้วิธีการติดต่อประสานงานกับค่ายรถใหญ่ยี่ห้อนั้น รวมถึงหน่วยงานราชการที่ต้องติดต่อประสานงานอีกด้วย หากเปลี่ยนเป็นรถใหญ่คันใหม่ หรือยี่ห้อใหม่แล้วอาจจะต้องใช้เวลาในการสร้างความคุ้นเคยอีกนานก็ได้ ซึ่งจะทำให้เสียเวลาและเสียรายได้เข้ามาเป็นอีกจำนวนมากก็เป็นไปได้ จึงใช้ยี่ห้อนั้นมาโดยตลอด พร้อมทั้งซื้อมาใช้งานจนถึงวาระสุดท้ายของรถเลยทีเดียว

แต่ในปัจจุบันนี้ ถึงยุคของคนรุ่นใหม่ หรือ Generation ที่ 3 แล้ว พฤติกรรมการใช้รถใหญ่จึงได้เปลี่ยนไปตามยุคตามสมัย รวมถึงสัญญาที่ผู้ว่าจ้างขนส่งได้กำหนดมา คือ ให้รถใหญ่ใช้งานขนส่งให้ได้เพียงแค่ปี 5 เท่านั้น ด้วยเหตุนี้เอง ทั้งขนส่งรายเล็กและรายใหญ่ จึงได้กำหนดอายุการใช้งานของรถใหญ่ไว้ที่ 5 ปีเช่นกัน โดยตลอดช่วงเวลาที่ใช้งานนั้น การดูแลซ่อมบำรุงต่าง ๆ จะให้ค่ายรถใหญ่ของยี่ห้อนั้นเป็นผู้ดูแลแทนทั้งหมด เพราะเมื่อเปลี่ยนด้วยอะไหล่แท้ก็จะทำให้มีราคาขายต่อที่สูง เมื่อต้องการซื้อรถคันใหม่ก็สามารถนำรถเก่าไปเทิร์นคันใหม่ได้ง่ายขึ้น เพราะค่ายรถยี่ห้อนั้นได้อ้าแขนรอรับให้กลับมาเป็นลูกค้าต่อไปนาน ๆ อยู่แล้ว

ดังนั้น จึงเห็นว่าค่ายรถใหญ่ที่ทำตลาดในเมืองไทยมานานจะได้เปรียบในการสร้างยอดขาย เพราะต้อนรับรถเก่าของค่ายกลับมาและจูงใจให้มาซื้อรถใหญ่คันใหม่ของค่าย พร้อมยืนข้อเสนอที่ดีที่สุดให้กลุ่มลูกค้าด้วย

ค่าย HINO เอาใจลูกค้าเต็มที่

คุณดลฤดี ศรีม่วง ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายบริหารการขาย บริษัท ฮีโน่มอเตอร์สเซลส์ (ประเทศไทยจำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถบรรทุกฮีโน่ ยักษ์ใหญ่จากประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ทางบริษัทฯ ได้ทำการปรับเพิ่มยอดจำหน่ายในปี 2561 นี้ขึ้น จากเดิมที่วางไว้ 12,500 คัน เป็น 12,800 คัน สาเหตุเพราะสามารถกระตุ้นความต้องการของกลุ่มลูกค้าให้สูงขึ้น จากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ 1.การปรับเปลี่ยนการรับประกันหลังการขาย จากเดิมไม่เกิน 3 ปี เป็น 5 ปี ไม่จำกัดระยะทางในทุกรุ่น ถือว่าเป็นการลดต้นทุนให้กับลูกค้าเป็นอย่างมาก เพราะในระยะเวลา 5 ปี ลูกค้าไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในเรื่องค่าบำรุงรักษารถฮีโน่ แม้แต่น้อย

2.การปรับเปลี่ยนรถใหญ่บางรุ่นให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าเพิ่มมากขึ้นตามสภาพการใช้งาน เช่น รถบรรทุก Hino 300 Innovator เกียร์อัตโนมัติ ซึ่งเป็นรถบรรทุกขนาด 6 ล้อขนาดเล็ก 150 แรงม้า ด้วยคอนเซปต์ “ประหยัดเหนืออย่างมืออาชีพ” ที่มาพร้อมกับเกียร์อัตโนมัติแบบพับได้ ในรุ่น XZU600R และ XZU650R เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและความคล่องตัวในงานขนส่งที่ใช้เส้นทางในเมืองเป็นหลัก มาพร้อมกับโปรโมชั่น เมื่อสั่งซื้อ รุ่น Hino 300 Innovator เกียร์อัตโนมัติ 1 คัน หรือ Hino 300 Innovator เกียร์ธรรมดา จำนวน 2 คัน รับทันที แพคเกจท่องเที่ยวฮ่องกง จำนวน 1 ที่นั่ง ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ธันวาคม 2561

และ รถบรรทุกHino 500 Victor รุ่น FG8JR1A (6X2) ซึ่งเป็นรถบรรทุกขนาด 6 ล้อขนาดใหญ่ 240 แรงม้า ซึ่งความพิเศษของรถรุ่นนี้ คือ ติดตั้งเพิ่มเพลาแบบรองรับน้ำหนักด้วยถุงลม ที่สามารถยกเพลาได้ เหมาะสมกับการใช้งานแบบขาไปบรรทุกหนัก และขากลับบรรทุกเบา ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มบรรทุก 10 ล้อ แบบวิ่งเดี่ยวที่ต้องการคัสซีน้ำหนักเบาขนสินค้าได้น้ำหนักมากกว่า 6 ล้อ ประโยชน์ของการยกเพลาคือ ช่วยลดการสึกของหน้ายางที่เพลาท้าย ซึ่งส่งผลต่ออัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน ช่วยให้ประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขนส่ง เรียกได้ว่าตอบสนองลูกค้าที่อยากได้การบรรทุกแบบรถ 10 ล้อ ในราคารถ 6 ล้อ

จัดหนักโปรโมชั่นและบริการหลังการขาย

ทางบริษัทฯ ได้จัดเตรียมโปรโมชั่นต่าง ๆ และการบริการหลังการขายอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โปรแกรมท่องเที่ยวต่างประเทศ เมื่อซื้อรถ Hino 500 Dominator จำนวน 2 คัน รับทันทีแพคเกจท่องเที่ยวประเทศเกาหลีใต้ จำนวน 1 ที่นั่ง ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ธันวาคม 2561 และ ฮีโน่ขยายการรับประกันเป็น 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง เป็นเจ้าแรกในประเทศไทย สำหรับธุรกิจรถเพื่อการพาณิชย์ ฮีโน่รับประกัน 5 ปีโดยไม่จำกัดระยะทางทุกรุ่น ทั้งรถบรรทุกและรถโดยสาร เพราะมั่นใจถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ มีครบทุกรุ่น ทุกแบบ ทุกขนาด เลือกให้เหมาะกับธุรกิจขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นรถบรรทุก 8 ล้อ ได้เพิ่มมาเป็น 10 ล้อ พร้อมทั้งยกเพลาหลังได้ ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มความประหยัดเมื่อไม่ได้บรรทุกสินค้า หรือรถบรรทุกพื้นเรียบ ก็ได้ขยายให้มีความยาวถึง 12 เมตร เพื่อที่จะได้บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ที่มีความยาวขึ้นได้ ซึ่งถือได้ว่า ช่วยทำให้ลูกค้าประหยัดต้นทุนและเวลา ไม่ต้องนำรถไปปรับสภาพตามอู่เหมือนแต่เดิมอีกต่อไปแล้ว

พัฒนาคนขับคือหัวใจของการขนส่ง

ในเรื่องของการพัฒนาคนขับรถใหญ่ของฮีโน่ ทางบริษัทฯ ได้สนับสนุนเรื่องดังกล่าวมาโดยตลอด จึงได้จัดตั้งโรงเรียนสอนขับรถใหญ่ของฮีโน่ มานานกว่า 5 ปีแล้ว ซึ่งได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าเป็นอย่างดีเกินคาดด้วย เพราะช่วยได้ทั้งความประหยัดน้ำมัน และลดการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้อีกมากด้วย

ตามนิสัยของคนขับรถใหญ่โดยทั่วไปแล้ว จะมีความมั่นใจว่า เทคนิคการขับของตัวเองที่ผ่านมา สามารถประหยัดน้ำมัน และป้องกันการเกิดอุบัติเหตุได้เป็นอย่างดีแล้ว แต่เมื่อเข้ามาอบรมที่โรงเรียนสอนขับรถใหญ่ฮีโน่ ก็จะมีอาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญมาจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งสิ่งที่คนขับได้เรียนรู้มาจะได้เรียนรู้เทคนิคการขับเพิ่มมากขึ้น เช่น การใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างถูกวิธี รวมทั้งการมีสติ และสมาธิที่ดีขึ้น เมื่ออบรมจบคอร์สในหลักสูตรที่วางไว้ เมื่อมาขับรถใหญ่ฮีโน่ ในการทำงานจริง และใช้เทคนิคในการขับที่ได้เรียนรู้มา สร้างความแปลกใจให้เป็นอย่างมาก เพราะช่วยประหยัดน้ำมันได้เป็นอย่างมาก การขึ้นลงเขา ก็ใช้เกียร์ได้อย่างคล่องตัวมากขึ้นกว่าเดิมอย่างคาดไม่ถึง และที่สำคัญยังไม่เกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่อีกเลยด้วย”

เปิดหลักสูตรการอบรมคนขับรถโดยสาร

และเมื่อเดือน ก.. 2561 ที่ผ่านมา ได้เปิดหลักสูตรการอบรมคนขับรถโดยสาร ซึ่งลูกค้ารายแรกก็คือองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. ซึ่งผลตอบรับก็คือ อุบัติเหตุของรถเมล์ ขสมก. ลดน้อยลง รวมถึงอัตราการใช้น้ำมันดีเซลก็ลดน้อยลงตามไปด้วย ด้วยเหตุนี้เอง ทาง ขสมก. จึงส่งพนักงานขับรถมาอบรมคอร์สละ 30 คนอย่างต่อเนื่อง

เมื่อแผนการณ์แรกคือการพัฒนาฝีมือคนขับรถใหญ่ฮีโน่ ไม่ว่าจะเป็นรถบรรทุกหรือรถโดยสาร เพื่อให้มีสติ และสมาธิ รวมทั้งช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงและลดการเกิดอุบัติเหตุด้วย ส่วนแผนการณ์ต่อไปที่วางไว้ คือ จะเปิดหลักสูตรสอนขับรถใหญ่เพื่อได้รับการยอมรับจากกรมการขนส่งทางบกให้สามารถออกใบอนุญาตใบขับขี่รถใหญ่ได้เลย ทั้งนี้ เพราะมีจุดประสงค์หลัก คือ ต้องมีการพัฒนารถใหญ่ของฮีโน่ ให้มีความทันสมัยมากขึ้น รวมทั้งสร้างคนขับรถใหญ่ฮีโน่ ให้มีวินัยและฝีมือการขับให้เป็นสากลควบคู่กันไป

VOLVO มั่นใจบริการเป็นหนึ่ง

คุณกำลาภ ศิริกิตติวัฒน์ ประธานกรรมการ บริษัท วอลโว่ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ด้วยรถใหญ่วอลโว่ ซึ่งเป็นรถที่จำหน่ายในเมืองไทยมานาน สำหรับยอดจำหน่ายในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา (..-..61) มียอดขายที่ลดลงและไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ เพราะสาเหตุหลักก็คือ รถใหญ่วอลโว่ เป็นรถใหญ่ในกลุ่มพรีเมี่ยม ซึ่งจะมีราคาค่อนข้างสูง แต่มีคุณภาพที่ดีมาก ทางกลุ่มลูกค้าจึงต้องใช้รถให้ครบ 5 ปี จึงจะเปลี่ยนคันใหม่ ซึ่งในปีนี้ถือได้ว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ยังใช้รถไม่ถึงกำหนดเวลา จึงยังไม่เปลี่ยนรถใหม่ ซึ่งคาดว่าในปี 2562 จะมีลูกค้าเพิ่มมากขึ้น เพราะจากการสำรวจพบว่า รถใหญ่วอลโว่ จะมีอายุการใช้งานครบ 5 ปี เป็นจำนวนมาก

ส่วนทางด้านรถใหญ่ยูดี ทรัคส์ นั้น มียอดจำหน่ายที่เติบโตขึ้นเกิดคาด เพราะรถใหญ่ ทั้ง 2 รุ่น คือ ยูดี เควสเตอร์ เป็นรุ่นที่ตรงกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่ใช้งานรถ 10 ล้อ เพราะมีทั้งคุณภาพที่ดี และมีอายุการใช้งานที่นานเกินคุ้ม และ ยูดี โครเนอร์ ก็ได้มีการขยายเซกเมนต์ลูกค้าให้กว้างมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแบบ 6 ล้อ และ10 ล้อ ซึ่งเหมาะกับการใช้งานก่อสร้างเป็นอย่างยิ่ง เป็นการตอกย้ำให้เห็นว่า ยี่ห้อ ยูดี ทรัคส์ เป็นรถใหญ่เพื่อการก่อสร้างตัวจริง

ส่วนในประเทศแถบอาเซียนนั้น ประเทศฟิลิปปินส์ มียอดสั่งซื้อรถใหญ่ยูดี ทรัคส์ เป็นอย่างมาก เพราะในช่วงนี้ในประเทศฟิลิปปินส์ มีการก่อสร้างภายในประเทศเป็นอย่างมาก และคุณภาพของรถบรรทุกยูดี ทรัคส์ ก็เป็นที่นิยมของผู้รับเหมาก่อสร้างมาเป็นระยะเวลานานแล้วด้วย จึงคาดว่า ยอดการสั่งซื้อจะต้องเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปีแน่”

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จัดจัดโปรโมชั่นฉลองยอดการผลิตครบ 15,000 คันทั่วโลก คือ ยูดี ช่วยผ่อนนานสูงสุด 4 งวด และฟรี! ประกันภัยชั้น 1 โดยมีเงื่อนไข คือ 1.เฉพาะลูกค้าที่จอง และรับรถภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2561 โดยแคมเปญนี้ร่วมรายการกับ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด และ บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) เท่านั้น

วางเป้าปี 62 ขายวอลโว่ยูดี ทรัคส์ เพิ่มขึ้น 10%

สำหรับเป้าหมายการจำหน่ายในปี 2562 ที่วางไว้นั้น จะต้องมียอดขายเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 10% ของทั้งรถใหญ่วอลโว่ และยูดี ทรัคส์ ซึ่งถือว่าเป็นงานที่หนักเพราะมีเพื่อนพันธมิตรรถใหญ่ด้วยกันจากหลากหลายยี่ห้อเข้ามา ซึ่งเป็นช่องทางเลือกให้กับกลุ่มขนส่งได้เลือกซื้อ ดังนั้น ทางบริษัทฯ จึงต้องทำงานให้หนัก และเข้าถึงลูกค้าให้มากที่สุด เพื่อเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

ยอดจดทะเบียนรถบรรทุกใหม่ลดลง 285 คัน

แหล่งข่าวจากกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า สถิติจำนวนรถใหม่ (ป้ายแดง) ที่จดทะเบียนโดยแยกยี่ห้อรถ ประเภทรถบรรทุกรวมทั่วประเทศ 2561 (..60-..61) มียอดรวมทั้งสิ้น จำนวน 27,605 คัน จากปี 2560 อยู่ที่ จำนวน 27,890 คัน ลดลง จำนวน 285 คัน

โดย 3 อันดับแรกจากค่ายรถญี่ปุ่น ISUZU นำเป็นที่ 1 มียอดจดทะเบียนอยู่ที่ จำนวน 13,515 คัน จากปี 2560 อยู่ที่ จำนวน 12,722 คัน เพิ่มขึ้น จำนวน 793 คัน ตามมาด้วย HINO มียอดจดทะเบียนอยู่ที่ จำนวน 11,348 คัน จากปี 2560 อยู่ที่ จำนวน 11,946 คัน ลดลง จำนวน 598 คัน และค่าย UD TRUCK มียอดจดทะเบียนอยู่ที่ จำนวน 913 คัน จากปี 2560 อยู่ที่ จำนวน 744 คัน เพิ่มขึ้น จำนวน 169 คัน

ด้านค่ายรถจากยุโรป SCANIA นำเป็นที่ 1 มียอดจดทะเบียน อยู่ที่ จำนวน 548 คัน จากปี 2560 อยู่ที่ จำนวน 383 คัน เพิ่มขึ้น จำนวน 165 คัน ตามมาด้วย VOLVO มียอดจดทะเบียน อยู่ที่ จำนวน 286 คัน จากปี 2560 อยู่ที่ จำนวน 410 คัน ลดลง จำนวน 124 คัน และค่าย MERCEDES-BENZ มียอดจดทะเบียนอยู่ที่ จำนวน 59 คัน จากปี 2560 อยู่ที่ จำนวน 12 คัน เพิ่มขึ้น จำนวน 47 คัน

ทางฟากค่ายรถจากจีน ค่ายFOTON นำเป็นที่ 1 มียอดจดทะเบียนอยู่ที่ จำนวน 126 คัน จากปี 2560 อยู่ที่ จำนวน 119 คัน เพิ่มขึ้น จำนวน 7 คัน ตามมาด้วย ค่าย FAW มียอดจดทะเบียนอยู่ที่ จำนวน 111 คัน จากปี 2560 อยู่ที่ จำนวน 96 คัน เพิ่มขึ้น จำนวน 15 คัน และค่าย SANY มียอดจดทะเบียน อยู่ที่ จำนวน 99 คัน จากปี 2560 อยู่ที่ จำนวน 142 คัน ลดลง จำนวน 43 คัน

ยอดจดทะเบียนรถบัสใหม่ลดลง 18 คัน

สำหรับสถิติจำนวนรถใหม่ (ป้ายแดง) ที่จดทะเบียนโดยแยกยี่ห้อรถ ประเภทรถโดยสารรวมทั่วประเทศ ประจำปี 2561 (..60-..61) มียอดจดทะเบียนรวมทั้งสิ้น จำนวน 1,478 คัน จากช่วงเดียวกันของปี 2560 อยู่ที่ จำนวน 1,496 คัน ลดลง 18 คัน

โดยค่ายที่สามารถครองอันดับ 1 ยอดจดทะเบียนได้ คือ ค่าย HINO มียอดจดทะเบียนอยู่ที่ จำนวน 323 คัน จากช่วงเดียวกันของปี 2560 อยู่ที่ จำนวน 241 คัน เพิ่มขึ้น จำนวน 82 คัน ตามมาด้วย ค่าย KINGLONG มียอดจดทะเบียนอยู่ที่ จำนวน 235 คัน จากช่วงเดียวกันของปี 2560 อยู่ที่ จำนวน 22 คัน เพิ่มขึ้น จำนวน 213 คัน และค่าย FOTON มียอดจดทะเบียนอยู่ที่ จำนวน 233 คัน จากช่วงเดียวกันของปี 2560 อยู่ที่ จำนวน 285 คัน ลดลง จำนวน 52 คัน

โดย…กองบรรณาธิการ BUS & TRUCK