MBT-3000 นั้นเปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการที่งาน the International Defense Exhibition Eurosatory ในเดือน มิถุนายน 2012 ตัวรถนั้นออกแบบมาเพื่อสำหรับความต้องการของประเทศต่าง ๆ ที่ต้องการรถถังที่มีประสิทธิภาพสูงแต่จ่ายน้อย โดยรวมรถถังคันนี้มีราคาถูกกว่า 3 ล้าน US Dollar เมื่อเทียบกับรถถังของตะวันตกอย่างเข้า M1 Abrams โดยประเทศจีนได้เสนอขายรถถังรุ่นนี้แก่ประเทศต่าง ๆ กว่า 44 ประเทศ


MBT-3000 หรือชื่อสั้น ๆ เรียกว่า VT-4 เป็นรถถังยุคที่ 3 ที่ผลิตขึ้นโดยบริษัท Norinco เพื่อส่งออกโดยเฉพาะ โดยเป็นภาคต่อของ MBT-2000 เพียงแต่ต่างกันที่ MBT-3000 มีความทันสมัยที่เหนือกว่าและราคาที่แพงกว่า MBT-2000 ทุกชิ้นส่วนของตัวรถนั้นถูกผลิตโดยจีนทั้งหมด ถึงแม้ว่าการออกแบบโดยรวมหลาย ๆ อย่างจะเอามาจาก T-72 ซึ่งจีนได้รับมาจากโรมาเนียในช่วงทศวรรศที่ 1980 ถึงแม้ว่า T-72 นั้นเป็นรถถังที่มีประสิทธิภาพสูง และมีความสมบุกสมบันและน่าเชื่อถือ แต่ก็เปราะบางเมื่อเจออาวุธสงครามสมัยใหม่

ประสิทธิภาพของตัวรถเช่นเดียวกับ T-72 คือรถนั้นถูกออกแบบมาให้มีขนาดเล็กและเตี้ยเพื่อให้เป็นเป้าสายตาของอีกฝ่ายให้น้อยที่สุด บนรถติดตั้งปืนใหญ่ลำกล้องเลียบขนาด 125 mm แบบ ZPT-98 ระยะยิงสูงสุด 5.5 กิโลเมตรเมื่อรถกำลังเคลื่อนที่ ตัวปืนวัดระยะและเล็งเป้าด้วยการใช้เลเซอร์วัดระยะตามมาตรฐานของรถถังสมัยใหม่ ตัวปืนถูกควบคุมโดยระบบควบคุมการยิงแบบดิจิตอล และติดตั้ง Stabilised แบบ 2 แกนทำให้รถสามารถวิ่งไปยิงไปได้อย่างแม่นยำ ลำกล้องปืนถูกหุ้มไว้ด้วยปลอกระบายความร้อน บรรจุกระสุนด้วยระบบ Auto-loader ที่ออกแบบมาสำหรับป้องกันอุบัติเหตุในกรณีที่กระสุนที่บรรจุเกิดการระเบิดหรือในขณะการยิงปกติ และสามารถยิงกระสุนมาตรฐานได้ตามมาตรฐานรถถังทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นกระสุนแบบเจาะเกราะหรือหัวรบระเบิดแรงสูง ทีเด็ดคงอยู่ที่ตัวลำกล้องสามารถรองรับการยิงขีปนาวุธต่อต้านรถถังนำวิถีด้วยเลเซอร์แบบ AT11 Sniperตัวขีปนาวุธมีระยะยิงสูงสุด 5 กิโลเมตร


รถถังมาพร้อมกับปืนกลร่วมแกนขนาด 7.62 mm พร้อมกระสุน 3000 นัดเหนือห้องของผู้บัญชาการรถนั้นติดตั้งปืนกลขนาด 12.7 mm พร้อมกระสุน 500 นัดและสามารถควบคุมด้วย Remote จากข้างในตัวรถตามมาตรฐานของรถถังสมัยใหม่ทั่วไป และติดตั้งระบบป้องกันตัวเองแบบ GL-5 ประกอบไปด้วยตัวแจ้งเตือนเมื่อถูกเลเซอร์ชี้เป้าและชุดท่อยิงระเบิดควันด้านหลังสำหรับยิงระเบิดควันเพื่ออำพรางตัว ข้างละ 6 ท่อ ตัวรถนั้นใช้พลรถถังทั้งหมด 3 คน ประกอบไปด้วยพลขับที่นั่งอยู่ข้างหน้ารถพร้อมกล้องเพอริปสโคปอ์อีก 3 ตัว และห้องคนขับได้ติดจอร์มอนิเตอร์และกล้องส่องด้านหลังในกรณีที่ขับรถถอยหลัง เหนือห้องคนขับถูกครอบด้วยช่องสำหรับเข้าออกของตัวรถ ทางด้านห้องสำหรับพลปืนจะอยู่ทางด้านซ้ายของหลังคาป้อมรถโดยมีกล้องเล็งทั้งกลางวัน-กลางคืนแบบสร้างภาพด้วยความร้อนติดอยู่ข้างหน้าห้องพลยิง ในขณะที่ห้องผู้บัญชาการรถจะอยู่ทางด้านขวาของหลังคาป้อมปืนโดยมีกล้องสังเกตการณ์พาโนรามิค และกล้องเล็งกลางคืนแบบสร้างภาพด้วยความร้อนติดอยู่ข้างหน้าห้องผู้บัญชาการรถ และสามารถส่งเป้าหมายที่ผู้บัญชาการรถเห็นไปให้พลยิงจัดการต่อทันทีหรือตัวผู้บัญชาการรถจะเป็นคนยิงเองก็ได้ทำให้รถถังมีความสามารถแบบ Hunter-killer

รถนั้นติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซลระบายความร้อนด้วยน้ำ แรงขับขนาด 1300 แรงม้า อยู่ทางด้านหลังของตัวรถ รถมีน้ำหนัก 48 ตัน รถสามารถความเร็วได้สูงสุดบนถนน 70 กิโลเมตร/ชั่วโมง สามารถไต่มุมลาดเอียงได้สูงสุด 60 องศา สามารถข้ามล่องลึกได้กว้างสุด 2.7 เมตร สามารถไต่ข้ามสิ่งกีดขวาดได้สูงสุด 1.2 เมตร และสามารถดำน้ำได้ลึกสุด 1.2 เมตร และ 4-5 เมตรเมื่อติดตั้งท่อช่วยหายใจ

ส่วนเกราะด้านข้างกระโปรงของตัวรถถูกทำจากเกราะผสม ในขณะที่ป้อมปืนของรถได้รับการออกแบบใหม่ และเกราะของป้อมปืนนั้นเป็นเหล็กเชื่อมและเกราะผสมทั้งหมด เกราะข้างหน้าป้อมปืนมีลักษณะเอียงคล้ายลิ่ม และมีความคล้ายคลึงกับป้อมของรถถัง Type 99 ของจีนเอง ป้อมปืนยังสามารถติดเกราะ ERA(Explosive reactive armour) และเกราะผสมเข้าไปเพิ่มเติมได้อีก(ตัวรถก็เช่นกัน) นอกจากนี้รถก็ยังมีระบบอื่นๆตามที่รถถังสมัยใหม่ควรจะมี ไม่ว่าจะเป็นระบบทำสงครามภายใต้สงครามนิวเคลียร์-เคมี-ชีวะ ระบบบริหารจัดการข้อมูลสนามรบแบบดิจิตอล ระบบเครื่องปรับอากาศ ระบบดับเพลิงรุ่นใหม่ ระบบสื่อสารแบบดิจิตอลระหว่างรถถังกับรถถังด้วยกันและผู้บัญชาการ ระบบนำทางด้วย GPS และระบบ Explosion suppression system