หลังจากเกิดสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับ จีน ส่งผลให้ยางรถใหญ่ที่ผลิตในประเทศจีนถูกขึ้นภาษีนำเข้าสูงถึง 25% ถือเป็นการปิดกั้นทางการค้า แต่เมื่อเกิดวิกฤตแล้วก็มีโอกาสอันดีให้เลือก เพราะรัฐบาลไทยส่งเสริมให้ต่างชาติมาลงทุนในเมืองไทยด้วยการให้สิทธิประโยชน์อย่างมากมาย ส่งผลให้ยางรถใหญ่หลายยี่ห้อจากประเทศจีนเข้ามาลงทุนสร้างโรงงานในเมืองไทย ด้วยจุดประสงค์หลักที่จะส่งออกไปยังสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ เพราะไม่มีการตรวจสอบว่า เป็นยางจากประเทศใด เพียงแต่ดูประเทศที่ผลิตเท่านั้น ซึ่งสหรัฐฯ ไม่ได้ทำสงครามทางการค้ากับประเทศไทยแต่อย่างใด

แต่หลักการตลาดโดยทั่วไปแล้ว เมื่อค่ายรถใหญ่จากประเทศจีนได้ตั้งโรงงานเพื่อผลิตยางรถใหญ่ส่งออกไปยังต่างประเทศแล้ว ก็ย่อมที่จะผลิตมาเพื่อจำหน่ายในเมืองไทยด้วย และเมื่อผลิตยางรถใหญ่เป็นจำนวนมากจึงสามารถจำหน่ายยางในราคาที่ต่ำได้ ด้วยเหตุนี้เอง จึงสร้างผลกระทบให้กับยี่ห้อยางรถใหญ่ที่ผลิตในเมืองไทยมาก่อนหน้านี้ ซึ่งไม่สามารถลดราคาลงมาแข่งขันกับยางรถใหญ่จากจีนได้เพราะผลิตในจำนวนน้อยนั่นเอง

ยางรถใหญ่ไทยต้องปรับตัวตามตลาด

คุณชูชาติ กอเจริญเกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทร์มาร์ท แอดแวนเทจ ทวีสิน จำกัด และที่ปรึกษาสมาคมผู้ค้ายางรถยนต์ไทย เปิดเผยว่า ผลกระทบต่อยางรถใหญ่ที่มีคุณภาพไม่ว่าจะเป็นยาง Michelin หรือ BRIDGESTONE ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ด้วยราคาจำหน่ายที่แพงถึงเส้นละ 10,000 บาท ส่งผลให้กลุ่มรถบรรทุกเปลี่ยนมาใช้เป็นแค่ยางคู่หน้าเท่านั้น ส่วนยางคู่หลังได้เปลี่ยนมาใช้ยางรถใหญ่จากจีนแทน เพราะด้วยราคาที่จำหน่ายถูกเพียงเส้นละประมาณ 6,500 บาท แต่ยังมีอายุการใช้งานนานถึง 1 ปี ทีเดียว

ส่วนกลุ่มลูกค้าที่ยังใช้ยางรถใหญ่ราคาสูง ที่มีคุณภาพ และเน้นเรื่องให้ความปลอดภัยมากที่สุด นั่นคือรถโดยสารทั้งประจำทาง และไม่ประจำทาง ด้วยผู้โดยสารเป็นแหล่งที่สร้างรายได้ให้จึงต้องสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยระหว่างการเดินทาง กลุ่มรถโดยสารจึงยังคงเป็นลูกค้าหลักของยาง Michelin และ BRIDGESTONE มาอย่างต่อเนื่อง

“ด้วยกลุ่มขนส่งทั้งรถบรรทุกสินค้าและรถโดยสารยังคงเป็นเค้กก้อนใหญ่ที่ยังไม่มีการขยายตัวเพิ่มแต่อย่างใด แต่เมื่อมียี่ห้อยางรถใหญ่เพิ่มเข้ามาในตลาดนี้ สัดส่วนรายได้ของยางแต่ละยี่ห้อก็ลดลง เพราะกลุ่มลูกค้าได้หันไปเลือกใช้ยางยี่ห้อใหม่เพิ่มมากขึ้น ส่วนการที่ยางรถใหญ่ที่ผลิตในเมืองไทยจะแย่งแชร์คืนมาด้วยการลดราคานั้นคงจะเป็นไปไม่ได้ เพราะได้ลดลงมามากที่สุดแล้ว แต่ราคาจำหน่ายก็ยังสูงกว่ายางรถใหญ่ที่ผลิตจากจีนอยู่ดี แม้ว่าจะมีคุณภาพสูงกว่าก็ตาม เพราะเศรษฐกิจที่ยังตกต่ำอยู่เช่นนี้ ราคาจำหน่ายยางที่ต่ำสุดจึงเป็นตัวเลือกหลัก”

ด้วยปัจจุบันนี้ถือว่ากลุ่มขนส่งทางบกอยู่ในภาวะที่มีงานลดน้อยลง โดยดูได้จากกรณีที่มีลูกค้ารายใหญ่บางรายได้ขายรถใหญ่ที่มีอยู่จากเดิมมากถึง 200 คัน เหลือเพียงแค่ 100 คันเท่านั้น หรือจากการให้เครดิตลูกค้าจากเดิม 3 เดือน ได้เพิ่มให้เป็น 4 เดือน ซึ่งลูกค้าบางรายขอเครดิตนานขึ้นเป็น 6 เดือนก็มี ทำให้การแข่งขันของตลาดยางรถใหญ่นั้นต้องดุเดือดขึ้นอีกแน่ เพราะมีผู้แทนจำหน่ายยางรถใหญ่เพิ่มขึ้น แต่กลุ่มขนส่งที่ใช้ยางรถใหญ่กลับปรับตัวลดน้อยลง

“LINGLONG TIRE” ยางรถยนต์มาตรฐานโลก

แหล่งข่าวจาก บริษัท แอลแอลไอที (ประเทศไทย) ผู้ผลิตยางหลิงหลง (LINGLONG TIRE) กล่าวว่า บริษัท ยางหลิงหลง ก่อตั้งขึ้นในปี 1975 ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงจนได้รับรางวัล TOP 20 ผู้ผลิตยางรถยนต์มาตรฐานระดับโลก และติดอันดับ TOP 5 ผู้ผลิตยางรถยนต์ที่ยิ่งใหญ่ในประเทศติดต่อกันยาวนานมาตลอดหลาย ๆ ปี โดยมีกลยุท์ “ก้าวออกไป ก้าวสู่ความเป็นสากล” ด้วยการตั้งฐานการผลิต 5+3 คือ การมีโรงงานผลิตยางเป็นหลักอยู่ในประเทศจีน 5 โรง และอีก 3 โรงจะขยายโรงงานไปตั้งยังต่างประเทศ ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในนั้น

สำหรับในประเทศไทย บริษัทฯ เริ่มผลิตยางรถบรรทุกออกมาสู่ตลาดในเมืองไทยเป็นครั้งแรก เดือนพฤษภาคม ปี 2015 ซึ่งนับว่าเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาในเรื่องแผนการผลิต หลังจากก่อนหน้านี้ได้ผลิตยางรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ในการส่งออกและขายในประเทศไทยมาแล้ว ซึ่งได้ผลิตสินค้าให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานสากล โดยร่วมมือกับผู้ผลิตวัตถุดิบและผู้ผลิตเครื่องมือชั้นนำระดับโลก อย่างเช่น บริษัทศรีตรังกรุ๊ป, CABOT, VMI GROUP, FISHER และบริษัทอื่น ๆ อีกมากมาย

“แม้ว่าการสร้างแบรนด์ในประเทศไทยจะเป็นงานที่หนักพอสมควร ซึ่งรากฐานสำคัญในการสร้างแบรนด์นั้นต้องมาจากสินค้าที่มีคุณภาพก่อน โดย LINGLONG TIRE มั่นใจในเรื่องของคุณภาพยางของว่าไม่เป็นสองรองใคร พร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการผลิต และที่สำคัญคือ LINGLONG TIRE เป็นสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย (Made in Thailand) ดังนั้น คุณภาพสินค้าดีบวกกับภาพลักษณ์ความเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากประเทศไทย ย่อมเป็นกระบอกเสียงที่ดีในการทำให้แบรนด์มีภาพลักษณ์ที่ดีต่อผู้บริโภคชาวไทย”

ปล่อยยางรถใหญ่ 2 รุ่นช่วยลดต้นทุนขนส่ง

อย่างไรก็ดี LINGLONG TIRE ขอแนะนำยางรุ่นเด่น 2 รุ่น มาเป็นตัวช่วยสำหรับผู้ปะกอบการขนส่งในการดำเนินธุรกิจ ได้แก่ ยางรถบรรทุก Linglong Tire รุ่น LTL812 เหมาะสำหรับรถบรรทุกสินค้าทั่วไป รถหัวลาก เส้นทางระยะไกล เส้นทางถนนเรียบ สมรรถนะในการหยุดเบรคเยี่ยมในทุกสภาวะ ใช้ทน ใช้นาน คุ้มค่ากับการลงทุนใช้จ่ายในค่ายาง สำหรับกิจการที่ต้องการลดต้นทุน มีให้เลือกทั้งขนาด 11R 22.5 และ 295/80 R22.5 ราคาไม่แพง แต่คุณภาพแรงระดับโลก ส่งออกกว่า 180 ประเทศทั่วโลก ยางทุกเส้นผลิตในประเทศไทย รับประกันคุณภาพสินค้าจากการผลิตทุกเส้นจากโรงงานคุณภาพที่ทั่วโลกให้การยอมรับ

และยางรถบรรทุก Linglong Tire รุ่น K-WORKS LAR919 ใช้สำหรับรถบรรทุกที่วิ่งเข้าไซต์งาน (30%) และบนถนนเรียบ (70%) ใช้งานได้ทั้งตำแหน่งล้อหน้าและเพลาขับ โดดเด่นในการเพิ่มพลังขับเคลื่อนให้กับรถบรรทุก ช่วยในการตระกรุยเมื่อต้องเข้าในพื้นที่ขรุขระ ทนทาน แข็งแกร่ง ยึดเกาะถนนเป็นเยี่ยม อายุการใช้งานยาวนาน ขนาดยาง 11R 22.5 (TUBELESS) ผลิตส่งออกทั่วโลก และมีขายในประเทศไทยแล้ววันนี้ ยางทุกเส้นผลิตในประเทศไทย ด้วยยางดิบคุณภาพเกรด A ที่นำมาจากแหล่งผลิตน้ำยางคุณภาพสูงในประเทศไทย ซึ่งเป็นแหล่งผลิตยางดิบชั้นนำของโลก

“LINGLONG TIRE  จะยังคงทำงานกันอย่างหนัก เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการแข่งขันที่หนักหน่วงในธุรกิจยางรถยนต์และรถบรรทุก ด้วยพื้นฐานการผลิตที่ได้เปรียบ และจะรักษาตำแหน่งของเราในกลุ่มอุตสาหกรรมยาง และก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในการฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจ ในเวลาก็จะมุ่งเสริมสร้างแบรนด์สินค้าให้มีความแข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน เพราะเราเชื่อมั่นว่า ในอนาคตอันใกล้ LINGLONG TIRE  จะก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทผู้ผลิตยางระดับสากลที่มีความพร้อมในส่วนของการบริหารจัดการที่เป็นเลิศและเทคโนโลยีที่ทันสมัย”

มิชลินบีเอฟกู๊ดริช ปล่อยโปรแรงสุดคุ้มส่งท้ายปี 

ยางมิชลิน จัดโปรโมชั่นพิเศษสุดคุ้มส่งท้ายปีแจกฟรี บัตรของขวัญ มูลค่าสูงสุด 800 บาท เมื่อซื้อยาง 4 เส้น ตั้งแต่วันนี้-31 มกราคม 2562 ตามเงื่อนไขดังนี้ คือ 1.บัตรเงินสดเทสโก้โลตัส มูลค่า 800 บาท เมื่อซื้อยางรถเก๋ง MICHELIN EnegyXM2* จำนวน 4 เส้น หรือ บัตรเงินสดเติมน้ำมัน ปตท. มูลค่า 300 บาท เมื่อซื้อยางรถกระบะและรถตู้ MICHELIN Agilis ทุกขนาด จำนวน 4 เส้น ทั้งนี้ โปรโมชั่นดังกล่าวจะต้องเป็นการซื้อเฉพาะรุ่นและขนาดที่กำหนด ในสาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่www.michelin.co.th หรือ MICHELIN Hotline 02-700-3993

ขณะที่ บีเอฟกู๊ดริช ปล่อยโปรแรงสุดคุ้มส่งท้ายปี เพียงซื้อยาง BFGoodrich Advantage ทุกรุ่น 4 เส้น ตั้งแต่วันนี้-31 มกราคม 2562 รับบัตรกำนัลฟรี มูลค่าสุงสุด 800 บาท ตามเงื่อนไขดังนี้ คือ บัตรของขวัญเทสโก้ โลตัส มูลค่า 800 บาท เมื่อซื้อยางเอสยูวี BFGoodrich Advantage SUV จำนวน 4 เส้น หรือ บัตรของขวัญเทสโก้ โลตัส มูลค่า 500 บาท เมื่อซื้อยางรถเก๋งหรือยางเอสยูวี BFGoodrich Advantage Drive และ BFGoodrich Advantage SUV จำนวน 4 เส้น ทั้งนี้ โปรโมชั่นดังกล่าวจะต้องเป็นการซื้อเฉพาะรุ่นและขนาดที่กำหนด ในสาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://bfgoodrich-thai.com หรือ Hotline 02-700-3993

สรท. เผยส่งออกโต 8% นำเข้าขยายตัว 15.2%

คุณกัณญภัค ตันติพิพัฒนพงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย หรือ สรท. เปิดเผยว่า การส่งออกเดือนกันยายน 2561 มีมูลค่า 20,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หดตัว -5.2% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การส่งออกในรูปเงินบาทเท่ากับ 676,410 ล้านบาท หดตัว -6.2% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน ในขณะที่การนำเข้าในเดือนกันยายน 2561 มีมูลค่า 20,213 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 9.9% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน และการนำเข้าในรูปของเงินบาทมีมูลค่า 669,280 ล้านบาท ขยายตัว 8.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน

ส่งผลให้ เดือนกันยายน 2561 ประเทศไทยเกินดุลการค้า 487 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 7,130 ล้านบาท ภาพรวมช่วงเดือน ม.ค.- ก.ย. ปี 2561 ไทยส่งออกรวมมูลค่า 189,730 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 8.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 186,891 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 15.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ช่วงเดือน ม.ค.-ก.ย. 2561 ประเทศไทยเกินดุลการค้า 2,839 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 9,191 ล้านบาท

ปฏิเสธไม่ได้ว่า การที่กลุ่มทุนจีนรุกเข้ามาตั้งหลักปักฐานในไทยนั้น จะส่งผลดีต่อภาพรวมของเศรษฐกิจชาติ เนื่องจากจะมีการนำเข้าส่งออกมากยิ่งขึ้นไปอีก และยิ่งกลุ่มรถใหญ่ และยางรถใหญ่รุดหน้าเข้ามานำเสนอสินค้าที่โดนใจกลุ่มขนส่งและผู้ประกอบการไทยได้ ก็จะส่งผลให้ภาคธุรกิจขนส่งไทยขยายตัวตามไปด้วย

โดย…กองบรรณาธิการ BUS & TRUCK